ERTC
ศูนย์บริการวิชาการเศรษฐศาสตร์
คณะเศรษฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์
การศึกษาผลกระทบของระบบภาษีสรรพสามิตบุหรี่ แบบอัตราเดียวต่อเศรษฐกิจและสังคมไทย
ระบบภาษีบุหรี่ไทยยังเป็นสองอัตรา · ภาษีอัตราเดียว — อาจเป็นทางออก

01 · ที่มาและวัตถุประสงค์

โครงสร้างภาษีบุหรี่ไทย

จากระบบ 2 อัตรา สู่ ภาษีอัตราเดียว

ERTC · System Dynamics• • •

จากระบบ 2 อัตรา สู่ ภาษีอัตราเดียว

อัตรา 25% / 42% ตามราคาขายปลีก (ใช้ตั้งแต่ปี 2560) → ปฏิรูปสู่ระบบอัตราเดียว ตามข้อแนะนำ WHO FCTC

25%42%→ อัตราเดียว
⚖️เป็นธรรม 📈รายได้เสถียร 🛡️ลดตลาดเถื่อน

“ ภาษีที่เป็นธรรม · สังคมที่เข้มแข็ง · เศรษฐกิจที่ยั่งยืน

02 · ปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบปัจจุบัน

ปัญหาของโครงสร้างภาษีแบบสองอัตรา

ช่องว่างราคานำไปสู่บุหรี่เถื่อน · รัฐสูญรายได้ · บิดเบือนการแข่งขัน

ตลาด · Q1/2568
0
บุหรี่ผิดกฎหมาย สูงถึง 28% ของตลาด
ช่องว่างราคา · ต่อซอง
70฿30฿
รัฐสูญรายได้ภาษี 0 ลบ./ปี
🚬
บุหรี่ถูกยังเข้าถึงง่าย
ช่องว่างราคาทำให้บุหรี่ระดับล่างยังคงถูกอยู่มาก ผู้สูบไม่มีแรงจูงใจเพียงพอที่จะเลิก
🕳️
แรงจูงใจบุหรี่เถื่อนสูง
ราคาต่างระหว่างบุหรี่ถูกกฎหมายและบุหรี่เถื่อน เป็นแรงจูงใจให้ตลาดมืดเติบโต
🫁
ภาระสาธารณสุขสูง ×4
ผู้สูบบุหรี่มีความเสี่ยงเจ็บป่วยสูงกว่าคนปกติ 4 เท่า สร้างภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพต่อเนื่อง

03 · ภาพรวมผลการศึกษา

ผลประมาณการจากแบบจำลองพลวัตระบบ

แบบจำลองปรับเทียบข้อมูลจริงปี 2554–2567 · พยากรณ์ฉากทัศน์นโยบายถึงปี 2588

👥
0 คน
ผู้สูบลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
อัตราเดียว + escalator + ปราบปราม (S3) ลดผู้สูบราว 271,000 คน (ช่วง 140,000–400,000)
🚬
0 ล้านซอง
ลดแรงจูงใจย้ายไปตลาดเถื่อน
ปราบปรามกดบุหรี่เถื่อนจาก 66.7 เหลือ 62.6 ล้านซอง (เข้ม 1%/ปี เหลือ 56.2)
💰
0 ลบ./ปี
รายได้บนฐานที่ยั่งยืนกว่า
ปราบปรามดึงการบริโภคกลับตลาดถูกกฎหมาย จึงเก็บได้มากกว่าอัตรา 25% ที่ไม่ปราบ (36,262 ลบ.) และสูงกว่าเส้นฐาน +517 ลบ. ในปี 2588

หมายเหตุ: ข้อมูลจากงานวิจัย (แบบจำลองฉบับ 30 ส.ค. 2569) | สถานการณ์ทั้งหมดเท่ากันก่อนปี 2569 (ข้อมูลในอดีต) | S3 = 25% + escalator + มาตรการปราบปรามบุหรี่เถื่อน 0.5%/ปี

04 · ข้อพิจารณาสำคัญเชิงนโยบาย

“ขึ้นภาษีสูงๆ” ไม่ใช่คำตอบที่ง่ายเหมือนคิด

ทุกการเปลี่ยนแปลงนโยบายมีผลข้างเคียงที่ต้องพิจารณา นี่คือเหตุผลที่ต้องใช้แบบจำลองระบบพลวัตฉายภาพ 20 ปี

⚠️
ขึ้นภาษี “สูงเกินไป”
  • ยอด อยู่ที่ราว 45% แต่การจัดเก็บใกล้จุดสูงสุดทำให้บุหรี่ผิดกฎหมายขยายตัวถึง 175–303 ล้านซอง — ข้อจำกัดมาถึงก่อนจุดสูงสุดของรายได้เสมอ
  • ช่องว่างราคากว้างขึ้น → เพิ่มขึ้น + เกิด down-trading
🛡️
นโยบายที่ “เหมาะสม”
  • อัตราเดียว 25% + escalator (มี headroom ใต้เพดาน 28%) + ปราบปราม 0.5%/ปี
  • รายได้ระยะยาวแซงฐาน (+517 ลบ.) · บุหรี่ผิดกฎหมายลดลง · ผู้สูบลดราว 271,000 คน

ข้อสังเกตจากแบบจำลอง 20 ปี

  • จุดสูงสุด Laffer ~45% — เพดานที่แท้จริงคือตลาดบุหรี่ผิดกฎหมาย
  • 25% = จุดเริ่มต้น มี headroom ถึงเพดาน 28%
  • การปราบปรามคือปัจจัยที่ลดบุหรี่ผิดกฎหมายอย่างแท้จริง (−6% ถึง −16%)
  • ไม่ควรผลักดันให้บุหรี่ผิดกฎหมายเกิน 28%
FEEDBACK LOOPS · วงจรป้อนกลับในระบบ
🪙ภาษีสูงขึ้น 🏷️ราคาถูกกฎหมาย 💲ช่องว่างตลาดเถื่อน 🛒บุหรี่เถื่อน 📉รายได้ภาษี
⚖️มาตรการปราบปราม 🪙ต้นทุนบุหรี่เถื่อน 🛒บุหรี่เถื่อน 💲ช่องว่างตลาด

05 · บทเรียนจากต่างประเทศ

บทเรียนจากประเทศที่ปฏิรูปภาษีบุหรี่มาก่อน

หลายประเทศได้ปฏิรูปภาษีบุหรี่มาก่อนประเทศไทย ผลการศึกษาชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า การกำหนดอัตราเดียวที่เหมาะสมสามารถลดจำนวนผู้สูบได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยไม่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อรายได้ของรัฐ

🇵🇭
ฟิลิปปินส์
Sin Tax Reform Act · 2555
−7ppอัตราสูบ
+241%รายได้ภาษี
พลิกดูบทเรียน ↻
🇵🇭
บทเรียน

รวมระบบหลายอัตราเป็นอัตราเดียว พร้อมปราบปรามบุหรี่เถื่อนพร้อมกัน รายได้เพิ่มจาก 32,200 เป็น 110,000 ล้านเปโซ (+241%) ใน 6 ปี

🇦🇺
ออสเตรเลีย
Plain Packaging + Escalator · 2555
−13ppอัตราสูบ
12.5%ขึ้นต่อปี
พลิกดูบทเรียน ↻
🇦🇺
บทเรียน

ผสานราคาสูงกับ plain packaging พร้อมกัน ให้ผลลดการสูบดีกว่ามาตรการเดี่ยว

🇬🇧
สหราชอาณาจักร
Tobacco Escalator RPI+2% · ตั้งแต่ 2536
−7.5ppอัตราสูบ
12 ปีต่อเนื่อง
พลิกดูบทเรียน ↻
🇬🇧
บทเรียน

ขึ้นภาษีทีละน้อยแต่สม่ำเสมอทุกปีให้ผลสะสมมากกว่าขึ้นครั้งเดียวสูง และคาดเดาได้สำหรับตลาด

🇳🇿
นิวซีแลนด์
Annual +10% · ตั้งแต่ 2553
−1%อัตราสูบ
2025เป้า Smokefree
พลิกดูบทเรียน ↻
🇳🇿
บทเรียน

ตั้งเป้าหมายระยะยาวที่ชัดเจน (Smokefree 2025) ช่วยให้นโยบายมีทิศทาง และผูกมัดรัฐบาลทุกชุด

ไทม์ไลน์การปฏิรูป
2536
🇬🇧
UK · Tobacco Escalator
2553
🇳🇿
NZ · +10%/ปี
2555
🇵🇭🇦🇺
ฟิลิปปินส์ + ออสเตรเลีย
2559
🇵🇭
ฟิลิปปินส์ ปฏิรูปเพิ่มเติม
2562
🇳🇿
NZ ประกาศ Smokefree 2025
2569
🇹🇭
ไทย · อาจเสนออัตราเดียว

06 · ระเบียบวิธีวิจัย

แบบจำลองพลวัตระบบ · System Dynamics

จำลองปฏิสัมพันธ์ 6 ภาคส่วน ของระบบภาษีบุหรี่ตลอด 20 ปี

ระบบ
ภาษีบุหรี่
SD MODEL
🔗

6 ภาคส่วนเชื่อมกันเป็นระบบ

stock–flow + feedback loop จำลองพลวัตของราคา · อุปสงค์ · ภาษี · สุขภาพ — วางเมาส์ที่แต่ละวงเพื่อดูรายละเอียด

233ตัวแปร (จาก 206) · แก้ 34 สมการ · เพิ่ม 28
19Stocks (ตัวสะสม)
32Flows (อัตราไหล)
5ภูมิภาค
20 ปีรายเดือน · 2568–2588
✓ สอบเทียบข้อมูลจริง 2554–2567 · MAPE รายได้ 6.3% · Legacy mode ทวนสอบผลตีพิมพ์ได้

07 · ผลการวิเคราะห์ 4 สถานการณ์

4 สถานการณ์ ที่แบบจำลองวิเคราะห์

แต่ละนโยบายส่งผลต่อรายได้ภาษี · บุหรี่เถื่อน · บุหรี่ถูกกฎหมาย · ส่วนต่างตลาด อย่างไรในปี 2588

ค่าคาดการณ์ปี 2588 · รายได้ภาษี = หมื่นล้านบาท/ปี · บุหรี่เถื่อน & ส่วนต่างตลาด = ล้านซอง/ปี

0
สถานการณ์ 0 — เส้นฐาน
ระบบปัจจุบัน · สองอัตรา 25%/42%

คงระบบสองอัตราไว้เหมือนเดิม ใช้เป็นเส้นฐานเปรียบเทียบ ปัญหาเชิงโครงสร้างยังคงอยู่โดยไม่มีการแก้ไข

รายได้ภาษีหมื่นล้าน/ปี3.58
บุหรี่เถื่อนล้านซอง/ปี66.7
บุหรี่ถูกกฎหมายล้านซอง/ปี170.7
ส่วนต่างตลาดล้านซอง/ปี27.9
● ระบบปัจจุบัน
1
สถานการณ์ 1
รวมเป็นอัตราเดียว 25%

ยกเลิกระบบสองชั้น → อัตราเดียว 25% ทุกประเภท + ภาษีตามปริมาณ 0.05 บ./มวน ทุก 2 ปี · รายได้ช่วงเปลี่ยนผ่านลดลง แต่ปี 2588 แซงฐาน เถื่อนเพิ่มเล็กน้อย

รายได้ภาษีหมื่นล้าน/ปี3.63 ▲1.2%
บุหรี่เถื่อนล้านซอง/ปี68.7 ▲3.0%
บุหรี่ถูกกฎหมายล้านซอง/ปี169.3 ▼0.8%
ส่วนต่างตลาดล้านซอง/ปี21.8 ▼21.9%
● สถานการณ์ 1: อัตราเดียว 25%
2
สถานการณ์ 2
อัตราเดียวสูงขึ้นที่ 26%

ทดสอบ 26% เพื่อรายได้สูงขึ้นอีกขั้น + ภาษีตามปริมาณ · รายได้ปี 2588 สูงกว่า 25% แต่เถื่อนสูงกว่าเล็กน้อย

รายได้ภาษีหมื่นล้าน/ปี3.70 ▲3.4%
บุหรี่เถื่อนล้านซอง/ปี69.2 ▲3.7%
บุหรี่ถูกกฎหมายล้านซอง/ปี169.2 ▼0.9%
ส่วนต่างตลาดล้านซอง/ปี21.1 ▼24.4%
● สถานการณ์ 2: อัตราเดียว 26%
3
สถานการณ์ 3 — ข้อเสนอแนะ
อัตราเดียว 25% + escalator + ปราบปราม (0.5%/ปี)

อัตราเดียว 25% + escalator + ปราบปรามอย่างเป็นระบบ → เถื่อนต่ำสุด รายได้ปี 2588 แซงฐาน +517 ลบ. · สมดุลดีที่สุด: รายได้ยั่งยืน คุมตลาดเถื่อน ลดช่องว่าง

รายได้ภาษีหมื่นล้าน/ปี3.64 ▲1.4%
บุหรี่เถื่อนล้านซอง/ปี62.6 ▼6.1%
บุหรี่ถูกกฎหมายล้านซอง/ปี171.0 ▲0.2%
ส่วนต่างตลาดล้านซอง/ปี22.2 ▼20.6%
★ สถานการณ์ที่แนะนำ
💡
ทำไมรายได้ช่วงแรกจึงลดลง?

เพราะรวมเป็นอัตราเดียว 25% บุหรี่ราคาสูงที่เคยเก็บ 42% เสียภาษีน้อยลงในช่วงเปลี่ยนผ่าน (ปี 2578 ต่ำกว่าฐานราว 8%) แต่ escalator + ปราบปรามทำให้รายได้ไต่กลับแซงฐานในปี 2588 (+517 ลบ.) บนฐานภาษีที่เป็นธรรมและเสถียรกว่า

08 · กรอบทฤษฎีเศรษฐศาสตร์รองรับ

เหตุใดอัตรา 25–28% จึงเหมาะสมในเชิงทฤษฎี

ข้อค้นพบจากแบบจำลองสอดคล้องกับหลักเศรษฐศาสตร์สองแนวคิด ได้แก่ เส้นโค้งลาฟเฟอร์ (Laffer Curve) และความยืดหยุ่นข้ามราคา (Cross-Price Elasticity)

25%
เส้นโค้งลาฟเฟอร์: รายได้ภาษี vs อัตราภาษี
รายได้ที่อัตรานี้ พันลบ./ปี
ปริมาณบุหรี่เถื่อน vs อัตราภาษี
บุหรี่เถื่อนที่อัตรานี้ ล้านซอง/ปี
👆 ลากสไลเดอร์ · กดสลับปราบปราม — จุดสูงสุด Laffer ~45% (ปี 2588) · เพดานปฏิบัติ 28% · ความยืดหยุ่นข้ามราคา 0.075
ข้อสรุปเชิงสังเคราะห์ — เหตุใดจึงเสนอจุดเริ่มต้น 25% พร้อมเพดาน 28%
1

จุดสูงสุดของเส้นโค้งลาฟเฟอร์อยู่ที่ราว ~45% — แต่การปรับอัตราเข้าใกล้จุดสูงสุดทำให้ตลาดผิดกฎหมายขยายตัวอย่างรวดเร็ว (175 ล้านซอง ณ อัตรา 45%) ข้อจำกัดจึงมาถึงก่อนจุดสูงสุดเสมอ

2

มาตรการปราบปราม เพิ่มรายได้เล็กน้อยแต่ลดบุหรี่ผิดกฎหมายอย่างมีนัยสำคัญ (0.5%/ปี: −6% · 1%/ปี: −16%) — เป็นปัจจัยที่จำแนกผลลัพธ์อย่างแท้จริง

3

การจัดเก็บที่จุดสูงสุด ~45% มี“ต้นทุนแฝง” คือตลาดผิดกฎหมาย 175–303 ล้านซอง เมื่อการรั่วไหลของฐานภาษีแตะเพดาน 35% — เพดานที่แท้จริงคือตลาดบุหรี่ผิดกฎหมาย มิใช่จุดสูงสุดของรายได้

4

สามารถกำหนด Roadmap การปรับอัตราภาษีเพิ่มในอนาคตได้ หากกลไกการปราบปรามมีความเข้มแข็ง โดยไม่ควรเกินเพดานปฏิบัติ 28%

09 · การประเมินทางเลือกเชิงเปรียบเทียบ

เปรียบเทียบ 10 ทางเลือกเชิงโครงสร้างภาษี

ประเมินแต่ละทางเลือกใน 5 มิติ: รายได้ภาษี · สุขภาพ · บุหรี่เถื่อน · โครงสร้างตลาด · มาตรฐานสากล (WHO FCTC)

10 · ข้อเสนอเชิงนโยบาย

นโยบายที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทยในปัจจุบัน

★ สถานการณ์ที่แนะนำ — Scenario 3
ปรับโครงสร้างภาษีสู่ระบบอัตราเดียว
ลดความเหลื่อมล้ำการจัดเก็บภาษี ครอบคลุมยาเส้น ลดแรงจูงใจหลีกเลี่ยงภาษี และลดต้นทุนตลาดสินค้าราคาต่ำ (แนวออสเตรเลีย)
มาตรการควบคู่ที่สำคัญที่สุด (Policy Package)
ดำเนินการปราบปรามบุหรี่ผิดกฎหมาย ควบคู่กับบูรณาการมาตรการสาธารณสุข โดยเฉพาะบริการเลิกบุหรี่และช่วยเหลือเชิงรุก ป้องกันการเริ่มสูบในเยาวชน
โครงสร้างอัตราเดียวที่เหมาะสม
จัดเก็บ 25% พร้อมภาษีตามปริมาณเพิ่ม +0.05 บ./มวน ทุก 2 ปี ร่วมกับลดบุหรี่ผิดกฎหมาย 0.5%/ปี อย่างต่อเนื่อง
ดำเนินการได้ทันทีภายใต้กฎหมายปัจจุบัน
ภายใต้ พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ผ่านการปรับบัญชีพิกัดอัตราภาษี + กฎหมายลำดับรอง ไม่ต้องแก้กฎหมายแม่บท
📊
การติดตามและประเมินผลภายหลัง (Ex-post)
ตรวจตัวชี้วัดสำคัญ: รายได้ภาษี · ค่าใช้จ่ายสุขภาพ · ตลาดนอกระบบ ในช่วง 3–5 ปีหลังปรับโครงสร้าง

11 · ตอบข้อสงสัยสำคัญ

เหตุใด อัตราเดียว 25% + ปราบปราม จึงเหมาะกับการเริ่มต้น ในกรณีที่ไทยยังคงมีตลาดผิดกฎหมาย (ตลาดเถื่อน) อยู่

👆 คลิกเลือกคำถามเพื่อดูคำตอบ

1

ถ้าบุหรี่เถื่อนไม่ลดตลอด 20 ปี การคงอัตราไว้ที่ 25% ได้ประโยชน์อะไร?

การคงอัตราภาษีในระดับต่ำช่วยป้องกันมิให้ตลาดบุหรี่ผิดกฎหมายขยายตัว เพราะอัตราที่สูงขึ้นทำให้บุหรี่ราคาประหยัดแพงขึ้น ผู้บริโภคจึงเปลี่ยนไปซื้อบุหรี่ผิดกฎหมาย และเมื่อใช้ควบคู่กับมาตรการปราบปรามในสถานการณ์ที่ 3 ปริมาณบุหรี่ผิดกฎหมายลดลงจริงจาก 66.7 เหลือ 62.6 ล้านซองต่อปี (และเหลือ 56.2 หากปราบปรามเข้ม 1%/ปี) เครื่องมือที่ลดบุหรี่ผิดกฎหมายได้จึงเป็นการปราบปราม มิใช่การขึ้นอัตราภาษี

2

ในเมื่อรายได้ภาษีจะลดลง เหตุใดจึงไม่ปรับเป็น 27–28%?

แบบจำลองพบว่า 27–28% + ปราบปราม ให้รายได้สูงกว่าจริง (ปี 2588: 37,947–38,775 เทียบ 36,351 ลบ.) แต่ 28% คือ “เพดานปฏิบัติ” พอดี — ไม่มี margin ในวันที่บุหรี่เถื่อนครองตลาดถึง 28% อยู่แล้ว และราคากระชากแรงกว่า (85.4 เทียบ 82.6 บ./ซอง) ข้อเสนอ 25% คือจุดตั้งหลักที่ไม่ขึ้นภาษีชั้นล่าง (ตลาดกว่า 95% ขายต่ำกว่า 72 บาท) แล้วใช้ Roadmap 25→27/28% ขึ้นขั้นบันไดเมื่อระบบปราบปรามพร้อม — ถึงปลายทางเดียวกันอย่างปลอดภัยกว่า

3

การดึงอุปทานจากตลาดเถื่อนกลับสู่ตลาดถูกกฎหมาย มีประโยชน์อะไร?

มีประโยชน์มาก เพราะบุหรี่ผิดกฎหมายไม่เสียภาษี เมื่อการปราบปรามดึงการบริโภคกลับสู่ตลาดถูกกฎหมาย (สถานการณ์ที่ 3 มีบุหรี่ถูกกฎหมายสูงสุด 171.0 ล้านซองต่อปี) รัฐจึงจัดเก็บภาษีได้เพิ่มขึ้น ทำให้รายได้ของสถานการณ์ที่ 3 (36,351 ลบ.) สูงกว่าอัตรา 25% เพียงอย่างเดียว (36,262 ลบ.) ทั้งที่อัตราเท่ากัน อีกทั้งยังช่วยควบคุมคุณภาพ ป้องกันการเข้าถึงของเยาวชน และลดขนาดตลาดมืด

4

รายได้ช่วงเปลี่ยนผ่านต่ำกว่าฐาน แล้วคุ้มอย่างไรในระยะยาว?

รายได้ที่ต่ำกว่าเป็นเพียงช่วงเปลี่ยนผ่าน — บุหรี่ที่เคยเก็บ 42% เสียภาษีลดลง ทำให้ราวปี 2578 ข้อเสนอหลักต่ำกว่าฐานประมาณ 8% แต่ escalator + ปราบปรามทำให้รายได้ไต่กลับแซงฐานในปี 2588 (36,351 เทียบ 35,834 ลบ. หรือ +517 ลบ.) พร้อมบุหรี่เถื่อนต่ำกว่า (62.6 เทียบ 66.7 ล้านซอง) โครงสร้างเป็นธรรมขึ้น และผ่านเกณฑ์ WHO FCTC ครบทุกข้อ ขณะที่ช่องว่างสองอัตราปัจจุบันหนุนตลาดเถื่อนถึง 28% ของตลาด รัฐสูญรายได้ราว 40,000 ลบ./ปี

5

รายได้ภาษีที่ลดลง อธิบายด้วยอะไร — ไม่ได้เกิดจากการปฏิรูปใช่หรือไม่?

สาเหตุหลักคือจำนวนผู้สูบที่ลดลงตามธรรมชาติ มิใช่การปฏิรูป โดยผู้สูบลดลงจาก 9.9 เหลือ 7.8 ล้านคน (−21%) และการบริโภคลดจาก 1,322 เหลือ 1,034 ล้านซองต่อปี (−22%) ในช่วงปี 2568–2588 แนวโน้มนี้ปรากฏในทุกสถานการณ์รวมถึงเส้นฐาน (ซึ่งรายได้ลดจาก 48,248 เหลือ 35,834 ล้านบาทเช่นกัน) การขึ้นภาษีจึงเปลี่ยนทิศทางของประชากรกลุ่มนี้ไม่ได้ บทบาทของภาษีคือการจัดโครงสร้างตลาด

6

บุหรี่เถื่อนที่ถูกกดลง หายไปไหน?

การปราบปรามลดบุหรี่ผิดกฎหมายลง 6.1 ล้านซองเมื่อเทียบกับไม่ปราบ (68.7 → 62.6 · เข้ม 1%/ปี เหลือ 56.2 หรือ −15.7% จากฐาน) โดยแบ่งเป็น 2 ทาง คือ (1) ส่วนหนึ่งกลับเข้าสู่ตลาดถูกกฎหมาย (บุหรี่ถูกกฎหมายสูงสุด 171.0 ล้านซอง) รัฐจึงจัดเก็บภาษีได้ ทำให้สถานการณ์ที่ 3 (36,351 ลบ.) สูงกว่าอัตรา 25% เพียงอย่างเดียว (36,262 ลบ.) และ (2) อีกส่วนหนึ่งหายไปเพราะผู้สูบลดลงหรือเลิกสูบ ตลาดโดยรวมจึงหดตัว ซึ่งเป็นผลดีต่อสุขภาพ จึงมิได้สูญเปล่า แต่แปลงเป็นรายได้ภาษีและประโยชน์ด้านสุขภาพ

12 · แผนที่นำทางภาษี 20 ปี (2568–2588)

TAX ROADMAP — เริ่มที่ 25% และทยอยปรับขึ้นในระยะยาว

หลังตั้งหลักที่อัตราเดียว 25% สามารถออกแบบเส้นทางขึ้นภาษีแบบขั้นบันได (escalator) ได้ หากปราบปรามเข้มแข็ง โดยไม่ควรเกินเพดานปลอดภัย 28% (เกินกว่านั้นบุหรี่เถื่อนย้อนกลับ)

ทางเลือกหลัก
25%+esc
escalator 20 ปี · 2588 36.4 พันลบ.
★ แนะนำ — สมดุลรายได้/ตลาด
ROADMAP A (NST)
25→27%
ขั้นบันได · 2588 37.9 พันลบ.
◆ อนาคต — ระยะกลาง
ROADMAP B (NST2)
25→28%
ขั้นบันได · 2588 38.8 พันลบ.
◆ เพดานปลอดภัยสูงสุด
STRESS TEST
40–50%
ยอด Laffer 45% · 51.9 พันลบ. แต่เถื่อน 175–303 ล้านซอง
✕ ไม่แนะนำ — การรั่วไหลของฐานภาษีแตะเพดาน 35%
← รายงาน tiraphap.io
ผศ.ดร.ถิรภาพ ฟักทอง
เลื่อน · คลิก · ← →