ERTC · คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ · 2569

การศึกษาผลกระทบของระบบภาษีสรรพสามิตบุหรี่แบบอัตราเดียวต่อเศรษฐกิจและสังคมไทย

ระบบภาษีบุหรี่ไทยยังเป็นสองอัตรา
ขณะบุหรี่เถื่อนขยายตัว
ภาษีอัตราเดียวอาจเป็นทางออก

งานวิจัยนี้ใช้แบบจำลองระบบพลวัต (System Dynamics)
พยากรณ์ผลกระทบ 20 ปี เพื่อหาคำตอบว่าการปรับภาษีบุหรี่
จะส่งผลต่อรายได้ภาษีและตลาดบุหรี่อย่างไร

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ถิรภาพ ฟักทอง · tiraphap@econ.tu.ac.th

9.9M
ผู้สูบบุหรี่ในไทย (2568)
2
อัตราภาษีปัจจุบัน
20 ปี
ระยะเวลาพยากรณ์
เลื่อนลงเพื่ออ่าน
บทที่ 1 — ปัญหา

ระบบภาษีสองอัตรา
ทำให้บุหรี่ราคาต่ำยังเข้าถึงง่าย

ปัจจุบันบุหรี่ระดับล่างเสียภาษีเพียง 25% ขณะที่บุหรี่พรีเมียมเสีย 42% ช่องว่างนี้
ส่งผลให้บุหรี่ราคาต่ำยังคงถูกอยู่มาก

บุหรี่ระดับล่าง (Tier 1)
25%
ราคา 3–3.5 บาท/มวน
+ ภาษีตามปริมาณ 1.25 บาท/มวน
VS
บุหรี่พรีเมียม (Tier 2)
42%
ราคา 5.5–7 บาท/มวน
+ ภาษีตามปริมาณ 1.25 บาท/มวน
📉
บุหรี่ถูกยังเข้าถึงง่าย
ช่องว่างราคาทำให้บุหรี่ระดับล่างยังคงถูกอยู่มาก
ผู้สูบไม่มีแรงจูงใจเพียงพอที่จะเลิก
🚬
แรงจูงใจบุหรี่เถื่อนสูง
ราคาต่างระหว่างบุหรี่ถูกกฎหมายและบุหรี่เถื่อนเป็นแรงจูงใจให้ตลาดมืดเติบโต
🏥
ภาระสาธารณสุขสูง
ผู้สูบบุหรี่มีความเสี่ยงเจ็บป่วยสูงกว่าคนปกติ
4 เท่า สร้างภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพต่อเนื่อง
บทที่ 2 — ข้อมูลและการพิสูจน์โมเดล

ตัวเลขประมาณการจาก
แบบจำลองระบบพลวัต

แบบจำลองได้รับการปรับเทียบกับข้อมูลจริงปี 2554–2567 และพยากรณ์ผลกระทบ
ของ 4 สถานการณ์นโยบายจนถึงปี 2588

การปรับเทียบโมเดล: รายได้ภาษีสรรพสามิต (หมื่นล้านบาท/ปี)
ค่าจริง (Observed) เทียบค่าจำลอง (Simulated) ปี 2560–2567 · MAPE 6.3% · ปี 2564 คลาดเคลื่อนมากสุดจากโควิด
ค่าจริงที่สังเกต
ค่าจำลองจากโมเดล
รายได้ภาษีสรรพสามิต (หมื่นล้านบาท/ปี): 4 สถานการณ์ (2560–2588)
เส้นประแนวตั้ง = ปี 2569 (เริ่มบังคับใช้นโยบาย)
S0: ระบบปัจจุบัน (เส้นฐาน)
S1: อัตราเดียว 25%
S2: อัตราเดียว 26%
S3: 25% + escalator + ปราบปราม 0.5%/ปี ★
S5: อัตราคงที่ 27% + ปราบปราม ★
S6: อัตราคงที่ 28% + ปราบปราม ★
ปริมาณบุหรี่ผิดกฎหมาย (ล้านซอง/ปี): 4 สถานการณ์ (2560–2588)
การเปรียบเทียบปริมาณบุหรี่เถื่อนระหว่างสถานการณ์ 2560–2588
ส่วนต่างตลาดบุหรี่ (ล้านซอง/ปี)
ส่วนต่างตลาด = การบริโภคในประเทศ − อุปทานบุหรี่ถูกกฎหมาย (ค่าบวก = การบริโภคส่วนที่ตลาดถูกกฎหมายรองรับไม่ถึง และถูกเติมเต็มโดยตลาดนอกระบบ)
หมายเหตุ: ข้อมูลจากงานวิจัย (แบบจำลองฉบับ 30 ส.ค. 2569) | สถานการณ์ทั้งหมดมีค่าเท่ากันก่อนปี 2569 (ข้อมูลในอดีต) | S3 = 25% + escalator + มาตรการปราบปรามบุหรี่เถื่อน 0.5%/ปี
บทที่ 3 — ความซับซ้อน

"ขึ้นภาษีสูงๆ"
ไม่ใช่คำตอบที่ง่ายเหมือนคิด

ทุกการเปลี่ยนแปลงนโยบายมีผลข้างเคียงที่ต้องพิจารณา นี่คือเหตุผลที่ต้องใช้
แบบจำลองระบบพลวัตฉายภาพ 20 ปี

⚠ ผลข้างเคียงที่ต้องระวัง
ขึ้นภาษีสูงเกินไป
หากราคาบุหรี่ถูกกฎหมายสูงขึ้นมากเกินไป ช่องว่างราคากับบุหรี่เถื่อน
จะกว้างขึ้น ผู้สูบที่ไม่เลิกสูบจะหันไปซื้อบุหรี่เถื่อน รายได้ภาษีลดลง
และไม่สามารถควบคุมคุณภาพได้
✓ สมดุลที่ต้องการ
นโยบายที่เหมาะสม
ต้องการอัตราภาษีที่ลดการสูบบุหรี่ได้จริง โดยไม่ผลักดันคนไปสู่ตลาดมืด
พร้อมรักษารายได้ภาษีและสร้างกลไกดูแลสุขภาพระยะยาว
FEEDBACK LOOPS — วงจรป้อนกลับในระบบ
ภาษีสูงขึ้น ↑
ราคาถูกกฎหมาย ↑
ช่องว่างตลาดเถื่อน ↑
บุหรี่เถื่อน ↑
รายได้ภาษี ↓
มาตรการปราบปราม ↑
ต้นทุนบุหรี่เถื่อน ↑
บุหรี่เถื่อน ↓
ช่องว่างตลาด ↑
บทที่ 3.5 — บทเรียนต่างประเทศ

ประเทศที่ปฏิรูปแล้ว
ได้บทเรียนอะไรบ้าง

หลายประเทศเดินหน้าปฏิรูปภาษีบุหรี่ก่อนไทย ผลลัพธ์ชี้ทิศทางเดียวกัน: อัตราเดียวที่เหมาะสม
ลดผู้สูบได้จริง โดยไม่ทำลายรายได้ภาษี

🇵🇭
ฟิลิปปินส์
Sin Tax Reform Act 2555
−7pp
อัตราสูบ
+241%
รายได้ภาษี
บทเรียน: รวมระบบหลายอัตราเป็นอัตราเดียว พร้อมปราบปรามบุหรี่เถื่อนพร้อมกัน รายได้เพิ่มจาก 32,200 เป็น 110,000 ล้านเปโซ (+241%) ใน 6 ปี
🇦🇺
ออสเตรเลีย
Plain Packaging + Escalator 2555
−13pp
อัตราสูบ
12.5%
ขึ้นต่อปี
บทเรียน: ผสานราคาสูงกับ plain packaging พร้อมกัน ให้ผลลดการสูบดีกว่ามาตรการเดี่ยว
🇬🇧
สหราชอาณาจักร
Tobacco Escalator RPI+2% ตั้งแต่ 2536
−7.5pp
อัตราสูบ
12 ปี
ต่อเนื่อง
บทเรียน: ขึ้นภาษีทีละน้อยแต่สม่ำเสมอทุกปีให้ผลสะสมมากกว่าขึ้นครั้งเดียวสูง และคาดเดาได้สำหรับตลาด
🇳🇿
นิวซีแลนด์
Annual +10% ตั้งแต่ 2553
−1%
อัตราสูบ
2025
เป้า Smokefree
บทเรียน: ตั้งเป้าหมายระยะยาวที่ชัดเจน (Smokefree 2025) ช่วยให้นโยบายมีทิศทาง และผูกมัดรัฐบาลทุกชุด
2536
🇬🇧 UK
Tobacco Escalator
2553
🇳🇿 NZ
+10%/ปี
2555
🇵🇭🇦🇺 ฟิลิปปินส์
+ ออสเตรเลีย
2559
🇵🇭 ฟิลิปปินส์
ปฏิรูปเพิ่มเติม
2562
🇳🇿 NZ
ประกาศ Smokefree 2025
2569
🇹🇭 ไทย
อาจจะเสนออัตราเดียว
ประเทศ ปีปฏิรูป ระบบใหม่ ผู้สูบลดลง รายได้ภาษี บทเรียนหลัก
🇵🇭 ฟิลิปปินส์ 2555 อัตราเดียว + specific −7 pp +241% ปราบเถื่อน + รวมอัตรา
🇦🇺 ออสเตรเลีย 2555 Specific escalator 12.5%/ปี −13 pp คงที่ Plain packaging + ราคาสูง
🇬🇧 สหราชอาณาจักร 2536 RPI+2% ทุกปี −7.5 pp เพิ่ม ขึ้นทีละน้อย สม่ำเสมอ
🇳🇿 นิวซีแลนด์ 2553 +10%/ปี + เป้า Smokefree −1% เพิ่ม เป้าระยะยาวชัดเจน
🇹🇭 ไทย (เสนอ) 2569 อัตราเดียว 25% + escalator + ปราบเถื่อน −271,000 คน (~3.5%) ลดช่วงแรก → แซงฐานปี 2588 บทเรียนจาก 4 ประเทศข้างต้น

* pp = percentage point (จุดร้อยละ) เช่น อัตราสูบลดจาก 29% เป็น 22% = ลดลง 7 pp · ไทยแสดงเป็น “จำนวนผู้สูบที่ลดลง” (−271,000 คน ≈ 3.5% ของผู้สูบ · ช่วง sensitivity 140,000–400,000) ซึ่งเป็นคนละหน่วยกับ pp ความชุกของประเทศอื่น

เหตุใดจึงควรเริ่มที่อัตรา 25% ไม่ใช่ 27–28%
แบบจำลองพบว่า 27–28% + ปราบปราม ให้รายได้ปี 2588 สูงกว่าเส้นทาง 25% จริง (37,947–38,775 เทียบ 36,351 ล้านบาท/ปี) และลดผู้สูบได้มากกว่า — คำถามจึงไม่ใช่ “รายได้” แต่คือ “ความเสี่ยงและจังหวะเวลา”

ประการแรก 28% คือเพดานปฏิบัติพอดี ในวันที่บุหรี่เถื่อนครองตลาดถึง 28% แล้ว การเริ่มที่ 27–28% คือการเริ่มโดยไม่เหลือ margin ของความผิดพลาดเลย ประการที่สอง ราคากระชากแรงกว่า (ราคาเฉลี่ยปี 2588 ราว 85.4 เทียบ 82.6 บาท/ซอง) แรงกดดันต่อผู้สูบรายได้น้อยและแรงจูงใจตลาดเถื่อนจึงมาเร็วกว่า ขณะที่ระบบปราบปรามยังไม่ทันตั้งหลัก

ข้อเสนอ 25% + escalator + ปราบปราม 0.5%/ปี คือจุดตั้งหลักที่ไม่ขึ้นภาษีชั้นล่างทันที (ตลาดกว่า 95% ขายต่ำกว่า 72 บาท) รายได้ช่วงเปลี่ยนผ่านต่ำกว่าฐานราว 8% (ปี 2578) แล้วไต่กลับแซงฐานในปี 2588 (+517 ล้านบาท) พร้อมบุหรี่เถื่อนต่ำกว่าฐาน (62.6 เทียบ 66.7 ล้านซอง)

จากนั้นจึงใช้ Roadmap 25→27/28% + ปราบปราม ขึ้นแบบขั้นบันไดเมื่อระบบปราบปรามพร้อม — ให้ปลายทางรายได้เท่ากับการเริ่มสูงทันที (37,947–38,775 ล้านบาท) แต่ปลอดภัยกว่า และตรงเจตนารมณ์ WHO FCTC Art.6 ที่สุด สอดคล้องแนวทางออสเตรเลียและสหราชอาณาจักร

แล้วถ้าจะเริ่มที่ 27–28% เลย ต้องเตรียมอะไรให้ตลาดปรับตัวทันโดยเถื่อนไม่เพิ่ม?
ทำได้ต่อเมื่อระบบปราบปรามพร้อมก่อนวันขึ้นภาษี — ตามข้อเสนอในงานศึกษานี้: (1) ตั้งศูนย์บูรณาการข้อมูลและชี้เป้าความเสี่ยง หลอมข้อมูล 6 สาย (สแกนแสตมป์ QR ไม่ผ่าน · เอกซเรย์ศูนย์พัสดุ · โดรนลาดตระเวน · ใบขนศุลกากรรวมวัตถุดิบมวนบุหรี่ · สัญญาณ AIS ทางทะเล · ข่าวกรองตลาดออนไลน์) เป็นคะแนนความเสี่ยงรายจังหวัด/เส้นทาง แล้วจ่ายงานตรวจตามความเสี่ยงแบบวงจรปิด (2) เริ่มได้ทันทีโดยไม่ต้องรองบใหม่ — กระทบยอดการค้าจากข้อมูลฟรี UN Comtrade + แดชบอร์ดสแกนไม่ผ่านจากระบบแสตมป์ QR ที่มีอยู่ ให้ได้จุดผิดปกติชุดแรกใน 3–6 เดือน ระบบกลางภายใน 12 เดือน ครบวงจรใน 24 เดือน (3) วัดผลด้วย hit rate · อัตราสแกนไม่ผ่าน · และราคาบุหรี่เถื่อนในตลาด (ถ้าปราบได้ผลจริง ราคาเถื่อนต้องขยับขึ้น) (4) ประสานระดับอาเซียน: กระทบยอดใบขนส่งออก–นำเข้า แลกเปลี่ยน Track & Trace และจัดการ cheap whites ที่ต้นทาง — แบบจำลองยืนยันว่าหากยกระดับการปราบปรามได้ถึง 1%/ปี เถื่อนจะลดลง 15.7% พร้อมรายได้เพิ่มราว 583 ล้านบาท/ปี · ตราบใดที่เงื่อนไขเหล่านี้ยังไม่พร้อม การเริ่มที่ 25% แล้วไต่ตาม Roadmap คือเส้นทางที่เสี่ยงน้อยกว่า
บทที่ 4 — หลักฐาน

4 สถานการณ์
ที่แบบจำลองวิเคราะห์

เลื่อนลงเพื่อดูว่าแต่ละนโยบายส่งผลต่อรายได้ภาษี ปริมาณบุหรี่ผิดกฎหมาย และส่วนต่างตลาดอย่างไรในปี 2588

สถานการณ์ 0 — เส้นฐาน

ระบบปัจจุบัน
ภาษีสองอัตรา 25%/42%

คงระบบภาษีสองอัตราไว้เหมือนเดิม ใช้เป็นเส้นฐานสำหรับเปรียบเทียบ ปัญหาเชิงโครงสร้างยังคงดำรงอยู่โดยไม่มีการแก้ไข

รายได้ภาษีสรรพสามิต (หมื่นล้านบาท/ปี)3.58
ปริมาณบุหรี่ผิดกฎหมาย (ล้านซอง/ปี)66.7
ปริมาณบุหรี่ถูกกฎหมาย (ล้านซอง/ปี)170.7
ส่วนต่างตลาด (ล้านซอง/ปี)27.9
● ระบบปัจจุบัน
สถานการณ์ 1

รวมเป็น
อัตราเดียว 25%

ยกเลิกระบบสองชั้น เปลี่ยนเป็น ภาษีอัตราเดียว 25% สำหรับบุหรี่
ทุกประเภท พร้อมเพิ่มภาษีตามปริมาณ 0.05 บาท/มวน ทุก 2 ปี

ผลลัพธ์: รายได้ช่วงเปลี่ยนผ่านลดลง แต่ escalator ทำให้ปี 2588 แซงเส้นฐาน (+1.2%) ปริมาณบุหรี่ผิดกฎหมายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

รายได้ภาษีสรรพสามิต (หมื่นล้านบาท/ปี)3.63 ▲1.2%
ปริมาณบุหรี่ผิดกฎหมาย (ล้านซอง/ปี)68.7 ▲3.0%
ปริมาณบุหรี่ถูกกฎหมาย (ล้านซอง/ปี)169.3 ▼0.8%
ส่วนต่างตลาด (ล้านซอง/ปี)21.8 ▼21.9%
● สถานการณ์ 1: อัตราเดียว 25%
สถานการณ์ 2

อัตราเดียว
สูงขึ้นที่ 26%

ทดสอบอัตราเดียว 26% เพื่อรักษารายได้ภาษีให้ใกล้เคียงระบบเดิม
มากขึ้น พร้อมเพิ่มภาษีตามปริมาณ 0.05 บาท/มวน ทุก 2 ปี

รายได้ปี 2588 สูงกว่าเส้นทาง 25% แต่ปริมาณบุหรี่ผิดกฎหมายสูงกว่าเล็กน้อย และราคากระชากแรงขึ้น

รายได้ภาษีสรรพสามิต (หมื่นล้านบาท/ปี)3.70 ▲3.4%
ปริมาณบุหรี่ผิดกฎหมาย (ล้านซอง/ปี)69.2 ▲3.7%
ปริมาณบุหรี่ถูกกฎหมาย (ล้านซอง/ปี)169.2 ▼0.9%
ส่วนต่างตลาด (ล้านซอง/ปี)21.1 ▼24.4%
● สถานการณ์ 2: อัตราเดียว 26%
สถานการณ์ 3 — ข้อเสนอแนะ

อัตราเดียว 25% + escalator
+ ปราบปรามบุหรี่เถื่อน

ภาษีอัตราเดียว 25% + escalator 0.05 บาท/มวน ทุก 2 ปี
พร้อมมาตรการปราบปรามบุหรี่ผิดกฎหมายอย่างเป็นระบบ
เถื่อนต่ำสุด และรายได้ปี 2588 แซงเส้นฐาน +517 ลบ.

สมดุลที่ดีที่สุด: เสถียรภาพรายได้ระยะยาว ควบคุมตลาดเถื่อน และลดช่องว่างตลาด

💡 ทำไมรายได้ช่วงแรกจึงลดลง? เพราะรวมเป็นอัตราเดียว 25% บุหรี่ราคาสูงที่เคยเก็บ 42% เสียภาษีน้อยลงในช่วงเปลี่ยนผ่าน (ปี 2578 ต่ำกว่าฐานราว 8%) แต่ escalator + ปราบปรามทำให้รายได้ไต่กลับแซงเส้นฐานในปี 2588 (+517 ลบ.) บนฐานภาษีที่เป็นธรรมและเสถียรกว่า
รายได้ภาษีสรรพสามิต (หมื่นล้านบาท/ปี) 3.64 ▲1.4%
ปริมาณบุหรี่ผิดกฎหมาย (ล้านซอง/ปี)62.6 ▼6.1%
ปริมาณบุหรี่ถูกกฎหมาย (ล้านซอง/ปี)171.0 ▲0.2% · สูงสุด
ส่วนต่างตลาด (ล้านซอง/ปี)22.2 ▼20.6%
★ สถานการณ์ที่แนะนำ
ผลลัพธ์จากแบบจำลอง (ปี 2588)
ระบบปัจจุบัน — Baseline
รายได้ภาษีสรรพสามิต (หมื่นล้านบาท/ปี)3.58
ปริมาณบุหรี่ผิดกฎหมาย (ล้านซอง/ปี)66.7
ปริมาณบุหรี่ถูกกฎหมาย (ล้านซอง/ปี)170.7
ส่วนต่างตลาด (ล้านซอง/ปี)27.9
เส้นฐาน: ระบบภาษีสองอัตรา 25%/42%
บทที่ 5 — ผลลัพธ์

สถานการณ์ที่ 3
ให้ผลดีที่สุดในระยะยาว

เมื่อเปรียบเทียบทั้ง 4 สถานการณ์ สถานการณ์ที่ 3 โดดเด่นในแง่การลดปริมาณบุหรี่ผิดกฎหมายและสร้างเสถียรภาพทางรายได้ในระยะยาว

💰
3.64
รายได้ภาษีสรรพสามิต (หมื่นล้านบาท/ปี)
สถานการณ์ที่แนะนำ ปี 2588
🚬
62.6
ปริมาณบุหรี่ผิดกฎหมาย (ล้านซอง/ปี)
สถานการณ์ที่แนะนำ ปี 2588
📊
22.2
ส่วนต่างตลาด (ล้านซอง/ปี)
สถานการณ์ที่แนะนำ ปี 2588
ตัวชี้วัด (ปี 2588) S0: ปัจจุบัน S1: เดียว 25% S2: เดียว 26% S3: 25% + escalator + ปราบปราม 0.5%/ปี ★
รายได้ภาษีสรรพสามิต (หมื่นล้านบาท/ปี) 3.583.633.70 3.64
% เทียบเส้นฐาน (ปี 2588) ▲ 1.2%▲ 3.4% ▲ 1.4%
ปริมาณบุหรี่ผิดกฎหมาย (ล้านซอง/ปี) 66.768.769.2 62.6
มาตรการปราบปรามบุหรี่เถื่อน ✓ 0.5%/ปี
ตอบข้อสงสัยสำคัญ
เหตุใด S3 (อัตราเดียว 25% + escalator + ปราบปราม) จึงเหมาะกับการเริ่มต้น ในกรณีที่ไทยยังคงมีตลาดบุหรี่ผิดกฎหมายอยู่
ถ้าบุหรี่เถื่อนไม่ลดตลอด 20 ปี การคงอัตราไว้ที่ 25% ได้ประโยชน์อะไร?
การคงอัตราต่ำช่วยป้องกันไม่ให้บุหรี่เถื่อนเพิ่มขึ้น (ยิ่งขึ้นภาษี บุหรี่ราคาต่ำยิ่งแพง คนยิ่งหนีไปเถื่อน) และในสถานการณ์ที่ 3 เมื่อรวมกับมาตรการปราบปราม ปริมาณบุหรี่เถื่อนลดลงจริงจาก 66.7 เหลือ 62.6 ล้านซอง/ปี (และเหลือ 56.2 หากปราบปรามเข้ม 1%/ปี) — จุดสำคัญคือ เครื่องมือลดบุหรี่เถื่อนคือ “การปราบปราม” ไม่ใช่ “การขึ้นอัตราภาษี”
ในเมื่อรายได้ภาษีจะลดลง เหตุใดจึงไม่ปรับเป็น 27–28%?
แบบจำลองพบว่า 27–28% + ปราบปราม ให้รายได้ปี 2588 สูงกว่าจริง (37,947–38,775 เทียบ 36,351 ล้านบาท/ปี) แต่ 28% คือเพดานปฏิบัติพอดี — ไม่มี margin ในวันที่บุหรี่เถื่อนครองตลาดถึง 28% แล้ว และราคากระชากแรงกว่า (85.4 เทียบ 82.6 บาท/ซอง) · ข้อเสนอ 25% คือจุดตั้งหลักที่ไม่ขึ้นภาษีชั้นล่าง (ตลาดกว่า 95% ขายต่ำกว่า 72 บาท) แล้วใช้ Roadmap 25→27/28% ขึ้นขั้นบันไดเมื่อระบบปราบปรามพร้อม — ถึงปลายทางเดียวกันอย่างปลอดภัยกว่า
การดึงอุปทานจากตลาดเถื่อนกลับสู่ตลาดถูกกฎหมาย มีประโยชน์อะไร?
มีมาก — บุหรี่เถื่อนไม่เสียภาษี เมื่อการปราบปรามดึงการบริโภคกลับสู่ตลาดถูกกฎหมาย (S3 มีบุหรี่ถูกกฎหมายสูงสุด 171.0 ล้านซอง/ปี) รัฐจึงเก็บภาษีจากส่วนนี้ได้ ทำให้ S3 มีรายได้ (36,351 ลบ.) สูงกว่าการใช้อัตรา 25% เพียงอย่างเดียว (S1 = 36,262 ลบ.) ทั้งที่อัตราเท่ากัน · นอกจากรายได้ ยังได้การควบคุมคุณภาพ ป้องกันเยาวชนเข้าถึง และลดขนาดตลาดมืด
รายได้ช่วงเปลี่ยนผ่านต่ำกว่าเส้นฐาน แล้วคุ้มอย่างไรในระยะยาว?
รายได้ที่ต่ำกว่าเป็นเพียงช่วงเปลี่ยนผ่าน — บุหรี่ที่เคยเก็บ 42% เสียภาษีลดลง ทำให้ราวปี 2578 ข้อเสนอหลักต่ำกว่าฐานประมาณ 8% แต่ escalator + ปราบปรามทำให้รายได้ไต่กลับแซงเส้นฐานในปี 2588 (36,351 เทียบ 35,834 ลบ. หรือ +517 ลบ.) พร้อมบุหรี่เถื่อนต่ำกว่าฐาน (62.6 เทียบ 66.7 ล้านซอง) โครงสร้างเป็นธรรมขึ้น และผ่านเกณฑ์ WHO FCTC ครบทุกข้อ · ขณะที่ช่องว่างสองอัตราปัจจุบันหนุนตลาดเถื่อนถึง 28% ของตลาด รัฐสูญรายได้ราว 40,000 ล้านบาท/ปี
รายได้ภาษีที่ลดลง อธิบายด้วยอะไร? (ไม่ได้เกิดจากการปฏิรูปใช่หรือไม่)
รายได้ที่ลดลงเกิดจากการลดลงตามธรรมชาติของจำนวนผู้สูบเป็นหลัก ไม่ใช่จากการปฏิรูป — จำนวนผู้สูบลดจาก 9.9 เหลือ 7.8 ล้านคน (−21%) และการบริโภคลดจาก 1,322 เหลือ 1,034 ล้านซอง/ปี (−22%) ระหว่างปี 2568–2588 · แนวโน้มนี้เกิดในทุกสถานการณ์รวมถึงเส้นฐาน (รายได้เส้นฐานเองก็ลดจาก 48,248 เหลือ 35,834 ล้านบาท) การขึ้นภาษีจึงเปลี่ยนทิศทางประชากรกลุ่มนี้ไม่ได้ — บทบาทของภาษีคือจัดโครงสร้างตลาด ไม่ใช่หยุดการลดลงของรายได้ที่มาจากประชากร
บุหรี่เถื่อนที่ถูกกดลง หายไปไหน — กลับตลาดถูกกฎหมาย เพิ่มรายได้ หรืออื่น ๆ?
การปราบปรามลดบุหรี่เถื่อนลง 6.1 ล้านซองเมื่อเทียบกรณีไม่ปราบ (68.7 → 62.6 · เข้ม 1%/ปี เหลือ 56.2 หรือ −15.7% จากฐาน) โดยไปได้ 2 ทาง: (1) ส่วนหนึ่งกลับเข้าตลาดถูกกฎหมาย (บุหรี่ถูกกฎหมายขึ้นสูงสุด 171.0 ล้านซอง) รัฐจึงเก็บภาษีได้ ทำให้ S3 รายได้ (36,351 ลบ.) สูงกว่า 25% เพียงอย่างเดียว (36,262 ลบ.) และ (2) อีกส่วนหายไปเพราะผู้สูบลด/เลิก (ตลาดรวมหดตัว) เป็นผลดีต่อสุขภาพ — จึงไม่ได้สูญเปล่า แต่แปลงเป็นรายได้ภาษี + ประโยชน์ด้านสุขภาพ
บทที่ 5.5 — ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์รองรับ

ทำไม "25–28%" จึงเหมาะสม
ในเชิงทฤษฎี

ข้อค้นพบจากแบบจำลองสอดคล้องกับหลักเศรษฐศาสตร์สองแนวคิด ได้แก่ เส้นโค้งลาฟเฟอร์ (Laffer Curve) และความยืดหยุ่นข้ามราคา (Cross-Price Elasticity)

เส้นโค้งลาฟเฟอร์: รายได้ภาษี vs อัตราภาษีอัตราเดียว (ปี 2588)
รายได้ปี 2588 สูงสุดที่ ~45% (51.9 พันลบ.) ก่อนปรับลดลงเมื่อการรั่วไหลของฐานภาษีแตะเพดาน 35% · จุดเขียว = การปราบปราม 0.5%/ปี (25/27/28%)
ไม่มีการปราบปราม
มีการปราบปราม (0.5%/ปี)
ยอด Laffer (รายได้สูงสุด)
อัตราอ้างอิง: 25% (เสนอ) / 28% (เพดานปฏิบัติ)
ปริมาณบุหรี่ผิดกฎหมาย vs อัตราภาษี (ปี 2588)
ในช่วง 25–28% ปริมาณบุหรี่ผิดกฎหมายแทบไม่แตกต่างกัน (68.7–70.8) แต่เร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเกิน 30% จนถึง 302.7 ล้านซองที่อัตรา 50% — ปัจจัยชี้ขาดคือการปราบปราม (0.5%/ปี: 62.6–64.7 · เข้มข้น 1%/ปี: 56.2)
ไม่มีการปราบปราม
มีการปราบปราม (0.5%/ปี)
จุดปราบปรามเข้ม 1%/ปี ณ 25%
~45%
จุดสูงสุดของเส้นโค้งลาฟเฟอร์ (ปี 2588) — รายได้สูงสุด 51.9 พันลบ. ก่อนปรับลดลง
−15.7%
การปราบปรามเข้มข้น 1%/ปี ลดบุหรี่ผิดกฎหมายจาก 66.7 เหลือ 56.2 ล้านซอง — ปัจจัยชี้ขาดคือการปราบปราม มิใช่อัตราภาษี
28%
เพดานปฏิบัติ — เท่ากับส่วนแบ่งบุหรี่ผิดกฎหมายในปัจจุบัน (ไตรมาส 1/2568) หากเกินระดับนี้จะไม่เหลือส่วนเผื่อความปลอดภัย
0.075
ความยืดหยุ่นข้ามราคา — ราคาบุหรี่ถูกกฎหมายเพิ่มขึ้น 1% → บุหรี่ผิดกฎหมายเพิ่มขึ้น 0.075%
ข้อสรุปเชิงสังเคราะห์ — เหตุใดจึงเสนออัตรา 25%
1
จุดสูงสุดของเส้นโค้งลาฟเฟอร์อยู่ที่ราว ~45% (ปี 2588) แต่การปรับอัตราเข้าใกล้จุดสูงสุดทำให้บุหรี่ผิดกฎหมายขยายตัวอย่างรวดเร็ว (175 ล้านซอง ณ อัตรา 45%) — ข้อจำกัดเชิงนโยบายมาถึงก่อนจุดสูงสุดของรายได้เสมอ
2
มาตรการปราบปราม เพิ่มรายได้เล็กน้อยแต่ลดบุหรี่ผิดกฎหมายอย่างมีนัยสำคัญ (0.5%/ปี: −6.1% · เข้มข้น 1%/ปี: −15.7%) — เป็นปัจจัยที่จำแนกผลลัพธ์อย่างแท้จริง
3
อัตรา 25% คือ จุดเริ่มต้นที่เหลือระยะปรับเพิ่ม (headroom) ถึงเพดานปฏิบัติ 28% — เพดานที่แท้จริงคือตลาดบุหรี่ผิดกฎหมาย มิใช่จุดสูงสุดของรายได้
4
สามารถกำหนด Roadmap การปรับอัตราภาษีเพิ่มในอนาคตได้ หากกลไกการปราบปรามมีความเข้มแข็ง โดยไม่ควรเกินเพดานปฏิบัติ 28%
หากจุดสูงสุดของเส้นโค้งลาฟเฟอร์อยู่ที่ราว 45% เหตุใดจึงไม่จัดเก็บ ณ อัตราดังกล่าวเพื่อรายได้สูงสุด?
ผลการจำลอง (ปี 2588) พบจุดสูงสุดของรายได้ที่ราว 45% (51,913 ล้านบาท/ปี) และหลังจากนั้นรายได้กลับลดลง (ที่ 50% เหลือ 49,790) เนื่องจากการรั่วไหลของฐานภาษีไปสู่ตลาดผิดกฎหมายแตะเพดาน 35%

อย่างไรก็ตาม การจัดเก็บใกล้จุดสูงสุดมีต้นทุนแฝงที่ยอมรับไม่ได้ — ณ อัตรา 45% บุหรี่ผิดกฎหมายเพิ่มขึ้นถึง 175 ล้านซอง/ปี และที่ 50% ถึง 302.7 ล้านซอง (เทียบ 62.6 ภายใต้ข้อเสนอหลัก) ขณะที่รายได้ส่วนเพิ่มต่อจุดลดลงต่อเนื่อง (ราว 860 ลบ./จุด ช่วง 25–30% เหลือราว 530 ช่วง 40–45%) ข้อจำกัดของการเลือกอัตราจึงมาถึงก่อนจุดสูงสุดของรายได้เสมอ

เพดานที่แท้จริงของนโยบายคือตลาดบุหรี่ผิดกฎหมาย มิใช่จุดสูงสุดของเส้นโค้งลาฟเฟอร์ — จึงกำหนดเพดานปฏิบัติที่ 28% (เท่ากับส่วนแบ่งตลาดผิดกฎหมายในปัจจุบัน) เริ่มต้นที่อัตรา 25% ควบคู่กับการปราบปรามซึ่งเป็นปัจจัยที่ลดบุหรี่ผิดกฎหมายได้อย่างแท้จริง (0.5%/ปี: −6.1% · เข้มข้น 1%/ปี: −15.7%) แล้วจึงทยอยปรับเพิ่มตาม Roadmap ภายใต้เพดานดังกล่าว ทั้งนี้ เป้าหมายของนโยบายมิใช่รายได้สูงสุดเพียงมิติเดียว หากคือสมดุลของรายได้ สุขภาพ ความเป็นธรรม และความยั่งยืน

เปรียบเทียบ 10 ทางเลือก
เชิงโครงสร้างภาษี

ประเมินแต่ละทางเลือกใน 5 มิติ: รายได้ภาษี · สุขภาพ · บุหรี่ผิดกฎหมาย · โครงสร้างตลาด · มาตรฐานสากล (WHO FCTC)

โครงสร้างภาษี รายได้ภาษี สุขภาพ (ต้นทุนรักษา) บุหรี่เถื่อน โครงสร้างตลาด มาตรฐานสากล (WHO)
ทางเลือกอัตราทันที (ปี 2569)
1. คงระบบ 2 อัตรา 25%/42% ลดต่อเนื่อง 48→36 พันลบ. ลดตามประชากรเท่านั้น ยังสูง 66.7 (ช่องว่างสองอัตรา) เกิด brand down-trading ผ่านระดับภาษี (80.6%) แต่สองอัตราขัด Art.6
2. อัตราเดียว 25% + escalator (ไม่ปราบปราม) +428 ลบ. ปี 2588 (36.3 พันลบ.) ผู้สูบลด 271,000 · สุขภาพ −3.5% เพิ่มเล็กน้อย 68.7 ล้านซอง ลดความเหลื่อมล้ำ ผ่านระดับ+โครงสร้าง ขาด Art.15
3. อัตราเดียว 26% + escalator (ไม่ปราบปราม) +1,213 ลบ. (37.0 พันลบ.) ผู้สูบลด 305,000 คน เพิ่มเล็กน้อย 69.2 ล้านซอง ลดความเหลื่อมล้ำ ผ่านระดับ+โครงสร้าง ขาด Art.15
4. ★ 25% + escalator + ปราบปราม 0.5%/ปี (ข้อเสนอหลัก) +517 ลบ. เสถียรระยะยาว (36.4 พันลบ.) ผู้สูบลด 271,000 · สุขภาพ −3.5% ลดเหลือ 62.6 (−6.1%) ลดเหลื่อมล้ำ + ปราบปราม ผ่านครบทุกเกณฑ์ (83.8%)
5. ★★ 25% + escalator + ปราบปรามเข้ม 1%/ปี +583 ลบ. (สูงสุดของกลุ่ม 25%) เท่าข้อเสนอหลัก ต่ำสุด 56.2 (−15.7%) ปราบปรามเข้ม คุ้มสองต่อ ผ่านครบ + Art.15 เข้มสุด
6. อัตราคงที่ 27% + ปราบปราม +2,113 ลบ. (37.9 พันลบ.) ผู้สูบลด 341,000 คน 63.8 (−4.3%) ราคากระชากแรงกว่า ผ่านครบ (84.3%)
7. อัตราคงที่ 28% + ปราบปราม (เพดานปฏิบัติ) +2,941 ลบ. (38.8 พันลบ.) ผู้สูบลด 378,000 คน 64.7 (−3.0%) ชนเพดานทันที ไม่มี margin ผ่านครบ (84.6%)
▼ แนวทางในอนาคต — Roadmap ปรับขึ้นแบบขั้นบันได (เมื่อการปราบปรามเข้มแข็งพอ)
8. Roadmap 25→27% + ปราบปราม ปลายทาง +2,113 (กลางทางต่ำกว่าคงที่) ผู้สูบลด 336,000 คน 63.8 ล้านซอง ขั้นบันได ปิดช่องว่างระยะกลาง ผ่านครบ · ตรงเจตนารมณ์ Art.6 ที่สุด
9. Roadmap 25→28% + ปราบปราม ปลายทาง +2,941 (38.8 พันลบ.) ผู้สูบลด 369,000 คน 64.7 ล้านซอง ถึงเพดานเมื่อสถาบันพร้อม ผ่านครบ · ตรงเจตนารมณ์ Art.6
ทดสอบภาวะสุดขั้ว (Stress test)
10. อัตราสูง 40–50% (ไม่แนะนำ) ยอด 51.9 พันลบ. ที่ 45% แล้วลด ผู้สูบลดมาก แต่แลกเถื่อนบาน เถื่อน 175–303 ล้านซอง (รั่วชนเพดาน 35%) ตลาดมืดครองส่วนแบ่ง ระดับภาษีผ่าน แต่ขัด Art.15
ดี / บวกชัดเจน ค่อนข้างดี กลาง / เท่าฐาน ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ลบ / ไม่ดี
บทที่ 6 — ข้อเสนอแนะ

นโยบายที่เหมาะสม
สำหรับไทยในยุคนี้

★ สถานการณ์ที่แนะนำ — Scenario 3

ข้อเสนอเชิงนโยบาย
จากผลการศึกษา

จากผลการศึกษา สามารถสรุปข้อเสนอเชิงนโยบายที่สำคัญได้ดังนี้

ปรับโครงสร้างภาษีสู่ระบบอัตราเดียวช่วยลดความเหลื่อมล้ำของการจัดเก็บภาษี ครอบคลุมยาเส้น
ลดแรงจูงใจหลีกเลี่ยงภาษี และลดต้นทุนตลาดสินค้าราคาต่ำ
(เช่น แนวทางออสเตรเลีย)
มาตรการควบคู่ที่สำคัญที่สุด (Policy Package)ดำเนินควบคู่กันระหว่างการปราบปรามบุหรี่ผิดกฎหมาย
และบูรณาการมาตรการด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะบริการเลิกบุหรี่และการช่วยเหลือเชิงรุก เพื่อป้องกันการเริ่มสูบใหม่ในเยาวชน
โครงสร้างภาษีระบบอัตราเดียวที่เหมาะสมจัดเก็บ 25% โดยมีการปรับภาษีตามปริมาณเพิ่มขึ้น 0.05 บาท/มวน ทุก 2 ปี ร่วมกับมาตรการลดบุหรี่ผิดกฎหมาย 0.5% ต่อปี
อย่างต่อเนื่อง
ดำเนินการได้ทันทีภายใต้กฎหมายปัจจุบันดำเนินการภายใต้ พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ผ่านการปรับบัญชีพิกัดอัตราภาษีและกฎหมายลำดับรอง โดยไม่จำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายแม่บท
📊
การติดตามและประเมินผลภายหลัง (Ex-post Evaluation)ควรกำหนดตรวจสอบตัวชี้วัดสำคัญ ได้แก่ รายได้ภาษี ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ และตลาดนอกระบบ ในช่วง 3–5 ปีหลังการปรับโครงสร้าง
แผนระยะยาว — Tax Roadmap 20 ปี (2568–2588)

เริ่มที่ 25% แล้วทยอยขึ้น
ได้ในอนาคต หากปราบปรามเข้มแข็ง

หลังตั้งหลักที่อัตราเดียว 25% สามารถออกแบบเส้นทางขึ้นภาษีแบบขั้นบันได (escalator) ได้ โดยไม่ควรเกินเพดานปลอดภัย 28% — ช่วง 25% จึงเป็นจังหวะที่ต้องเร่งปราบปรามบุหรี่เถื่อนให้เข้มข้นที่สุด เพื่อควบคุมตลาดเถื่อนให้ได้ก่อน แล้วการขึ้นภาษีในอนาคตจึงจะเกิดขึ้นได้อย่างมั่นคง และดึงรายได้กลับคืนสู่รัฐ

ทางเลือกหลัก
25%+esc
escalator 20 ปี · รายได้ 2588 36.4 พันลบ.
★ แนะนำ — สมดุลรายได้และตลาด
Roadmap A (NST)
25→27%
ขั้นบันได · รายได้ 2588 37.9 พันลบ.
◆ อนาคต — ระยะกลาง
Roadmap B (NST2)
25→28%
ขั้นบันได · รายได้ 2588 38.8 พันลบ.
◆ เพดานปลอดภัยสูงสุด
ทดสอบภาวะสุดขั้ว (Stress test)
40–50%
ยอด Laffer 45% · 51.9 พันลบ. แต่เถื่อน 175–303 ล้านซอง
✕ ไม่แนะนำ — การรั่วฐานชนเพดาน 35%