ERTC · คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ · 2569

การศึกษาผลกระทบของระบบภาษีสรรพสามิตบุหรี่แบบอัตราเดียวต่อเศรษฐกิจและสังคมไทย

ระบบภาษีบุหรี่ไทยยังเป็นสองอัตรา
ขณะบุหรี่เถื่อนขยายตัว
ภาษีอัตราเดียวอาจเป็นทางออก

งานวิจัยนี้ใช้แบบจำลองระบบพลวัต (System Dynamics)
พยากรณ์ผลกระทบ 20 ปี เพื่อหาคำตอบว่าการปรับภาษีบุหรี่
จะส่งผลต่อรายได้ภาษีและตลาดบุหรี่อย่างไร

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ถิรภาพ ฟักทอง · tiraphap@econ.tu.ac.th

10.6M
ผู้สูบบุหรี่ในไทย
2
อัตราภาษีปัจจุบัน
20 ปี
ระยะเวลาพยากรณ์
เลื่อนลงเพื่ออ่าน
บทที่ 1 — ปัญหา

ระบบภาษีสองอัตรา
ทำให้บุหรี่ราคาต่ำยังเข้าถึงง่าย

ปัจจุบันบุหรี่ระดับล่างเสียภาษีเพียง 25% ขณะที่บุหรี่พรีเมียมเสีย 42% ช่องว่างนี้
ส่งผลให้บุหรี่ราคาต่ำยังคงถูกอยู่มาก

บุหรี่ระดับล่าง (Tier 1)
25%
ราคา 3–3.5 บาท/มวน
+ ภาษีตามปริมาณ 1.25 บาท/มวน
VS
บุหรี่พรีเมียม (Tier 2)
42%
ราคา 5.5–7 บาท/มวน
+ ภาษีตามปริมาณ 1.25 บาท/มวน
📉
บุหรี่ถูกยังเข้าถึงง่าย
ช่องว่างราคาทำให้บุหรี่ระดับล่างยังคงถูกอยู่มาก
ผู้สูบไม่มีแรงจูงใจเพียงพอที่จะเลิก
🚬
แรงจูงใจบุหรี่เถื่อนสูง
ราคาต่างระหว่างบุหรี่ถูกกฎหมายและบุหรี่เถื่อนเป็นแรงจูงใจให้ตลาดมืดเติบโต
🏥
ภาระสาธารณสุขสูง
ผู้สูบบุหรี่มีความเสี่ยงเจ็บป่วยสูงกว่าคนปกติ
4 เท่า สร้างภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพต่อเนื่อง
บทที่ 2 — ข้อมูลและการพิสูจน์โมเดล

ตัวเลขประมาณการจาก
แบบจำลองระบบพลวัต

แบบจำลองได้รับการปรับเทียบกับข้อมูลจริงปี 2554–2567 และพยากรณ์ผลกระทบ
ของ 4 สถานการณ์นโยบายจนถึงปี 2588

ตัวอย่างการปรับเทียบโมเดล: อัตราการสูบบุหรี่ (%)
เปรียบเทียบค่าจริง (Observed) กับค่าที่โมเดลจำลอง (Simulated) ปี 2554–2567
ค่าจริงที่สังเกต
ค่าจำลองจากโมเดล
รายได้ภาษีสรรพสามิต (หมื่นล้านบาท/ปี): 4 สถานการณ์ (2560–2588)
เส้นประแนวตั้ง = ปี 2569 (เริ่มบังคับใช้นโยบาย)
S0: ระบบปัจจุบัน (เส้นฐาน)
S1: อัตราเดียว 25%
S2: อัตราเดียว 26%
S3: 25% + ปราบปรามบุหรี่เถื่อน 0.5%/ปี ★
S5: 27% + ภาษีเฉพาะ 1.30 บาท
S6: 28% + ภาษีเฉพาะ 1.30 บาท
ปริมาณบุหรี่ผิดกฎหมาย (ล้านซอง/ปี): 4 สถานการณ์ (2560–2588)
การเปรียบเทียบปริมาณบุหรี่เถื่อนระหว่างสถานการณ์ 2560–2588
ส่วนต่างตลาดบุหรี่ (ล้านซอง/ปี)
ช่องว่างระหว่างอุปสงค์และอุปทานที่ถูกกฎหมาย (บวก = อุปทานขาด)
หมายเหตุ: ข้อมูลจากงานวิจัย | สถานการณ์ทั้งหมดมีค่าเท่ากันก่อนปี 2569 (ข้อมูลในอดีต) | S3 = 25% + มาตรการปราบปรามบุหรี่เถื่อน 0.5%/ปี
บทที่ 3 — ความซับซ้อน

"ขึ้นภาษีสูงๆ"
ไม่ใช่คำตอบที่ง่ายเหมือนคิด

ทุกการเปลี่ยนแปลงนโยบายมีผลข้างเคียงที่ต้องพิจารณา นี่คือเหตุผลที่ต้องใช้
แบบจำลองระบบพลวัตฉายภาพ 20 ปี

⚠ ผลข้างเคียงที่ต้องระวัง
ขึ้นภาษีสูงเกินไป
หากราคาบุหรี่ถูกกฎหมายสูงขึ้นมากเกินไป ช่องว่างราคากับบุหรี่เถื่อน
จะกว้างขึ้น ผู้สูบที่ไม่เลิกสูบจะหันไปซื้อบุหรี่เถื่อน รายได้ภาษีลดลง
และไม่สามารถควบคุมคุณภาพได้
✓ สมดุลที่ต้องการ
นโยบายที่เหมาะสม
ต้องการอัตราภาษีที่ลดการสูบบุหรี่ได้จริง โดยไม่ผลักดันคนไปสู่ตลาดมืด
พร้อมรักษารายได้ภาษีและสร้างกลไกดูแลสุขภาพระยะยาว
FEEDBACK LOOPS — วงจรป้อนกลับในระบบ
ภาษีสูงขึ้น ↑
ราคาถูกกฎหมาย ↑
ช่องว่างตลาดเถื่อน ↑
บุหรี่เถื่อน ↑
รายได้ภาษี ↓
มาตรการปราบปราม ↑
ต้นทุนบุหรี่เถื่อน ↑
บุหรี่เถื่อน ↓
ช่องว่างตลาด ↑
บทที่ 3.5 — บทเรียนต่างประเทศ

ประเทศที่ปฏิรูปแล้ว
ได้บทเรียนอะไรบ้าง

หลายประเทศเดินหน้าปฏิรูปภาษีบุหรี่ก่อนไทย ผลลัพธ์ชี้ทิศทางเดียวกัน: อัตราเดียวที่เหมาะสม
ลดผู้สูบได้จริง โดยไม่ทำลายรายได้ภาษี

🇵🇭
ฟิลิปปินส์
Sin Tax Reform Act 2555
−7pp
อัตราสูบ
+241%
รายได้ภาษี
บทเรียน: รวมระบบหลายอัตราเป็นอัตราเดียว พร้อมปราบปรามบุหรี่เถื่อนพร้อมกัน รายได้เพิ่มจาก 32,200 เป็น 110,000 ล้านเปโซ (+241%) ใน 6 ปี
🇦🇺
ออสเตรเลีย
Plain Packaging + Escalator 2555
−13pp
อัตราสูบ
12.5%
ขึ้นต่อปี
บทเรียน: ผสานราคาสูงกับ plain packaging พร้อมกัน ให้ผลลดการสูบดีกว่ามาตรการเดี่ยว
🇬🇧
สหราชอาณาจักร
Tobacco Escalator RPI+2% ตั้งแต่ 2536
−7.5pp
อัตราสูบ
12 ปี
ต่อเนื่อง
บทเรียน: ขึ้นภาษีทีละน้อยแต่สม่ำเสมอทุกปีให้ผลสะสมมากกว่าขึ้นครั้งเดียวสูง และคาดเดาได้สำหรับตลาด
🇳🇿
นิวซีแลนด์
Annual +10% ตั้งแต่ 2553
−1%
อัตราสูบ
2025
เป้า Smokefree
บทเรียน: ตั้งเป้าหมายระยะยาวที่ชัดเจน (Smokefree 2025) ช่วยให้นโยบายมีทิศทาง และผูกมัดรัฐบาลทุกชุด
2536
🇬🇧 UK
Tobacco Escalator
2553
🇳🇿 NZ
+10%/ปี
2555
🇵🇭🇦🇺 ฟิลิปปินส์
+ ออสเตรเลีย
2559
🇵🇭 ฟิลิปปินส์
ปฏิรูปเพิ่มเติม
2562
🇳🇿 NZ
ประกาศ Smokefree 2025
2569
🇹🇭 ไทย
อาจจะเสนออัตราเดียว
ประเทศ ปีปฏิรูป ระบบใหม่ ผู้สูบลดลง รายได้ภาษี บทเรียนหลัก
🇵🇭 ฟิลิปปินส์ 2555 อัตราเดียว + specific −7 pp +241% ปราบเถื่อน + รวมอัตรา
🇦🇺 ออสเตรเลีย 2555 Specific escalator 12.5%/ปี −13 pp คงที่ Plain packaging + ราคาสูง
🇬🇧 สหราชอาณาจักร 2536 RPI+2% ทุกปี −7.5 pp เพิ่ม ขึ้นทีละน้อย สม่ำเสมอ
🇳🇿 นิวซีแลนด์ 2553 +10%/ปี + เป้า Smokefree −1% เพิ่ม เป้าระยะยาวชัดเจน
🇹🇭 ไทย (เสนอ) 2569 อัตราเดียว 25% (safety margin) + ปราบเถื่อน −70,000 คน (−0.8%) ลดช่วงแรก แล้วทรงตัว บทเรียนจาก 4 ประเทศข้างต้น

* pp = percentage point (จุดร้อยละ) เช่น อัตราสูบลดจาก 29% เป็น 22% = ลดลง 7 pp · ไทยแสดงเป็น “จำนวนผู้สูบที่ลดลง” (−70,000 คน ≈ 0.8% ของผู้สูบ) ซึ่งเป็นคนละหน่วยกับ pp ความชุกของประเทศอื่น

เหตุใดจึงควรเริ่มที่อัตรา 25% ไม่ใช่ 27–28% ตั้งแต่ต้น
แม้ราคาเฉลี่ยของบุหรี่ถูกกฎหมาย (P_legal) จะ “ลดลง” เมื่อรวมเป็นอัตราเดียว 27–28% (98.6 → 95.3 บาท/ซอง ในปี 2570) แต่เป็นผลเชิงเทคนิคจากการที่บุหรี่ราคาสูงถูกลดอัตราภาษีลงจาก 42% มิได้หมายความว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่จ่ายถูกลง

ในทางกลับกัน บุหรี่ราคาต่ำ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ผู้สูบชาวไทยส่วนใหญ่บริโภค กลับมีราคาสูงขึ้นตามอัตราที่เพิ่มจาก 25% เป็น 27–28% พร้อมภาษีเฉพาะ โดยที่ 27% ราคาสูงขึ้นราว 2.1 บาท/ซอง และที่ 28% ราว 3.3 บาท/ซอง ผู้สูบกลุ่มนี้จึงมีแรงจูงใจย้ายไปตลาดบุหรี่ผิดกฎหมายโดยตรง

ผลลัพธ์คือ แม้ช่วงต้นรายได้จะสูงกว่า (ปี 2570 อัตรา 27–28% ให้ราว 41,900–42,600 ล้านบาท/ปี เทียบกับ 25% ที่ราว 35,980 ล้านบาท) แต่ตั้งแต่ปี 2578 รายได้กลับต่ำกว่าเส้นทาง 25% และในปี 2588 ต่ำกว่าอย่างชัดเจน (25,710–26,440 เทียบกับ 28,030 ล้านบาท/ปี) ขณะที่ปริมาณบุหรี่เถื่อนสูงกว่ากรณี 25% ตลอดทั้งช่วง

จึงควรกำหนดอัตราเริ่มต้นที่ 25% ควบคู่การปราบปรามบุหรี่ผิดกฎหมายอย่างเข้มข้นตั้งแต่ต้น ซึ่งเป็นปัจจัยชี้ขาด (กดปริมาณเถื่อนจากราว 73–75 เหลือ 59.3 ล้านซอง/ปี) แล้วจึงทยอยปรับขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปตาม Roadmap เมื่อควบคุมตลาดเถื่อนได้ สอดคล้องกับแนวทางของออสเตรเลียและสหราชอาณาจักร
บทที่ 4 — หลักฐาน

4 สถานการณ์
ที่แบบจำลองวิเคราะห์

เลื่อนลงเพื่อดูว่าแต่ละนโยบายส่งผลต่อรายได้ภาษี ปริมาณบุหรี่ผิดกฎหมาย และส่วนต่างตลาดอย่างไรในปี 2588

สถานการณ์ 0 — เส้นฐาน

ระบบปัจจุบัน
ภาษีสองอัตรา 25%/42%

คงระบบภาษีสองอัตราไว้เหมือนเดิม ใช้เป็นเส้นฐานสำหรับเปรียบเทียบ ปัญหาเชิงโครงสร้างยังคงดำรงอยู่โดยไม่มีการแก้ไข

รายได้ภาษีสรรพสามิต (หมื่นล้านบาท/ปี)3.21
ปริมาณบุหรี่ผิดกฎหมาย (ล้านซอง/ปี)66.1
ปริมาณบุหรี่ถูกกฎหมาย (ล้านซอง/ปี)170.6
ส่วนต่างตลาด (ล้านซอง/ปี)25.5
● ระบบปัจจุบัน
สถานการณ์ 1

รวมเป็น
อัตราเดียว 25%

ยกเลิกระบบสองชั้น เปลี่ยนเป็น ภาษีอัตราเดียว 25% สำหรับบุหรี่
ทุกประเภท พร้อมเพิ่มภาษีตามปริมาณ 0.05 บาท/มวน ทุก 2 ปี

ผลลัพธ์: รายได้ภาษีลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ปริมาณบุหรี่ผิดกฎหมายยังคงใกล้เคียงเดิม

รายได้ภาษีสรรพสามิต (หมื่นล้านบาท/ปี)2.80 ▼12.8%
ปริมาณบุหรี่ผิดกฎหมาย (ล้านซอง/ปี)65.3
ปริมาณบุหรี่ถูกกฎหมาย (ล้านซอง/ปี)170.7
ส่วนต่างตลาด (ล้านซอง/ปี)25.0
● สถานการณ์ 1: อัตราเดียว 25%
สถานการณ์ 2

อัตราเดียว
สูงขึ้นที่ 26%

ทดสอบอัตราเดียว 26% เพื่อรักษารายได้ภาษีให้ใกล้เคียงระบบเดิม
มากขึ้น พร้อมเพิ่มภาษีตามปริมาณ 0.05 บาท/มวน ทุก 2 ปี

รักษาฐานรายได้ภาษีได้ดีกว่า 25% แต่ปริมาณบุหรี่ผิดกฎหมายเพิ่มขึ้น

รายได้ภาษีสรรพสามิต (หมื่นล้านบาท/ปี)2.87 ▼10.6%
ปริมาณบุหรี่ผิดกฎหมาย (ล้านซอง/ปี)65.7
ปริมาณบุหรี่ถูกกฎหมาย (ล้านซอง/ปี)170.6
ส่วนต่างตลาด (ล้านซอง/ปี)25.3
● สถานการณ์ 2: อัตราเดียว 26%
สถานการณ์ 3 — ข้อเสนอแนะ

อัตราเดียว 25%
+ ปราบปรามบุหรี่เถื่อน

ภาษีอัตราเดียว 25% พร้อมมาตรการปราบปรามบุหรี่ผิดกฎหมายอย่างเป็นระบบ
ลดปริมาณบุหรี่เถื่อน และเพิ่มรายได้ภาษีหากเทียบกับ
ดำเนินนโยบายภาษีอัตราเดียว 25% เพียงอย่างเดียว

สมดุลที่ดีที่สุด: เสถียรภาพรายได้ระยะยาว ควบคุมตลาดเถื่อน และลดช่องว่างตลาด

💡 ทำไมรายได้ภาษีถึงน้อยกว่าเส้นฐาน? เพราะรวมเป็นอัตราเดียว 25% ทำให้บุหรี่ราคาสูงที่เคยเก็บ 42% เสียภาษีน้อยลง จึงเป็นการแลกรายได้ระยะสั้นกับความเป็นธรรมและตลาดเถื่อนที่เล็กลง ส่วนระยะยาวรายได้ลดช้ากว่าและฐานภาษีเสถียรกว่า
รายได้ภาษีสรรพสามิต (หมื่นล้านบาท/ปี) 2.81 ▼12.5%
ปริมาณบุหรี่ผิดกฎหมาย (ล้านซอง/ปี)59.3
ปริมาณบุหรี่ถูกกฎหมาย (ล้านซอง/ปี)172.1 ▲ สูงสุด
ส่วนต่างตลาด (ล้านซอง/ปี)25.4
★ สถานการณ์ที่แนะนำ
ผลลัพธ์จากแบบจำลอง (ปี 2588)
ระบบปัจจุบัน — Baseline
รายได้ภาษีสรรพสามิต (หมื่นล้านบาท/ปี)3.21
ปริมาณบุหรี่ผิดกฎหมาย (ล้านซอง/ปี)66.1
ปริมาณบุหรี่ถูกกฎหมาย (ล้านซอง/ปี)170.6
ส่วนต่างตลาด (ล้านซอง/ปี)25.5
เส้นฐาน: ระบบภาษีสองอัตรา 25%/42%
บทที่ 5 — ผลลัพธ์

สถานการณ์ที่ 3
ให้ผลดีที่สุดในระยะยาว

เมื่อเปรียบเทียบทั้ง 4 สถานการณ์ สถานการณ์ที่ 3 โดดเด่นในแง่การลดปริมาณบุหรี่ผิดกฎหมายและสร้างเสถียรภาพทางรายได้ในระยะยาว

💰
2.81
รายได้ภาษีสรรพสามิต (หมื่นล้านบาท/ปี)
สถานการณ์ที่แนะนำ ปี 2588
🚬
59.3
ปริมาณบุหรี่ผิดกฎหมาย (ล้านซอง/ปี)
สถานการณ์ที่แนะนำ ปี 2588
📊
25.4
ส่วนต่างตลาด (ล้านซอง/ปี)
สถานการณ์ที่แนะนำ ปี 2588
ตัวชี้วัด (ปี 2588) S0: ปัจจุบัน S1: เดียว 25% S2: เดียว 26% S3: แนะนำ ★
รายได้ภาษีสรรพสามิต (หมื่นล้านบาท/ปี) 3.212.802.87 2.81
การลดลงจากเส้นฐาน ▼ 12.8%▼ 10.6% ▼ 12.5%
ปริมาณบุหรี่ผิดกฎหมาย (ล้านซอง/ปี) 66.165.365.7 59.3
มาตรการปราบปรามบุหรี่เถื่อน ✓ 0.5%/ปี
ตอบข้อสงสัยสำคัญ
เหตุใด S3 (อัตราเดียว 25% + ปราบปราม) จึงเหมาะกับการเริ่มต้น ในกรณีที่ไทยยังคงมีตลาดบุหรี่ผิดกฎหมายอยู่
ถ้าบุหรี่เถื่อนไม่ลดตลอด 20 ปี การคงอัตราไว้ที่ 25% ได้ประโยชน์อะไร?
การคงอัตราต่ำช่วยป้องกันไม่ให้บุหรี่เถื่อนเพิ่มขึ้น (ยิ่งขึ้นภาษี บุหรี่ราคาต่ำยิ่งแพง คนยิ่งหนีไปเถื่อน) และในสถานการณ์ที่ 3 เมื่อรวมกับมาตรการปราบปราม ปริมาณบุหรี่เถื่อนลดลงจริงจาก 66.1 เหลือ 59.3 ล้านซอง/ปี — จุดสำคัญคือ เครื่องมือลดบุหรี่เถื่อนคือ “การปราบปราม” ไม่ใช่ “การขึ้นอัตราภาษี”
ในเมื่อรายได้ภาษีจะลดลง เหตุใดจึงไม่ปรับเป็น 27–28%?
อัตรา 27–28% ให้รายได้สูงกว่าเฉพาะช่วงต้น แต่ตั้งแต่ปี 2578 รายได้กลับต่ำกว่า 25% (ปี 2588: 25,710–26,440 เทียบ 28,030 ล้านบาท/ปี) พร้อมบุหรี่เถื่อนสูงสุด · การลดลงของรายได้เกิดจากจำนวนผู้สูบที่ลดลงตามธรรมชาติ ไม่ใช่เพราะอัตรา 25% การเร่งขึ้นอัตราจึงไม่แก้ต้นเหตุ แต่กลับเร่งให้ฐานภาษีรั่วไหลไปตลาดเถื่อน
การดึงอุปทานจากตลาดเถื่อนกลับสู่ตลาดถูกกฎหมาย มีประโยชน์อะไร?
มีมาก — บุหรี่เถื่อนไม่เสียภาษี เมื่อการปราบปรามดึงการบริโภคกลับสู่ตลาดถูกกฎหมาย (S3 มีบุหรี่ถูกกฎหมายสูงสุด 172.1 ล้านซอง/ปี) รัฐจึงเก็บภาษีจากส่วนนี้ได้ ทำให้ S3 มีรายได้ (2.81) สูงกว่าการใช้อัตรา 25% เพียงอย่างเดียว (S1 = 2.80) ทั้งที่อัตราเท่ากัน · นอกจากรายได้ ยังได้การควบคุมคุณภาพ ป้องกันเยาวชนเข้าถึง และลดขนาดตลาดมืด
ในเมื่อรายได้เส้นฐาน S0 (3.21) สูงกว่า S3 (2.81) เหตุใดจึงเลือก 25%?
รายได้ S0 ที่สูงกว่ามาจากอัตรา 42% ในกลุ่มพรีเมียม ซึ่งไม่ยั่งยืน — อยู่เลยจุดสูงสุดของเส้นโค้งลาฟเฟอร์ ทำให้บุหรี่เถื่อนพุ่งถึง 28% ของตลาด รัฐสูญรายได้ราว 40,000 ล้านบาท/ปี และเกิดการเลือกปฏิบัติทางภาษี · S3 ยอมแลกรายได้ระยะสั้นบางส่วน เพื่อความเป็นธรรม บุหรี่เถื่อนต่ำสุด (59.3) ฐานภาษีเสถียรในระยะยาว (เส้นรายได้ลดช้ากว่าและลู่เข้าเส้นฐาน) และสอดคล้อง WHO FCTC — โดยรายได้ยังไต่กลับได้ผ่าน Roadmap
รายได้ภาษีที่ลดลง อธิบายด้วยอะไร? (ไม่ได้เกิดจากการปฏิรูปใช่หรือไม่)
รายได้ที่ลดลงเกิดจากการลดลงตามธรรมชาติของจำนวนผู้สูบเป็นหลัก ไม่ใช่จากการปฏิรูป — จำนวนผู้สูบลดจาก 9.9 เหลือ 7.8 ล้านคน (−21%) และการบริโภคลดจาก 1,034 เหลือ 811 ล้านซอง/ปี (−22%) ระหว่างปี 2568–2588 · แนวโน้มนี้เกิดในทุกสถานการณ์รวมถึงเส้นฐาน (รายได้เส้นฐานเองก็ลดจาก 47,341 เหลือ 32,144 ล้านบาท) การขึ้นภาษีจึงเปลี่ยนทิศทางประชากรกลุ่มนี้ไม่ได้ — บทบาทของภาษีคือจัดโครงสร้างตลาด ไม่ใช่หยุดการลดลงของรายได้ที่มาจากประชากร
บุหรี่เถื่อนที่หายไป 6 ล้านซอง จะไปไหน — กลับตลาดถูกกฎหมาย เพิ่มรายได้ หรืออื่น ๆ?
การปราบปรามลดบุหรี่เถื่อนลง 6.8 ล้านซอง (66.1 → 59.3) โดยไปได้ 2 ทาง: (1) ส่วนหนึ่งกลับเข้าตลาดถูกกฎหมาย (บุหรี่ถูกกฎหมายขึ้นสูงสุด 172.1 ล้านซอง) รัฐจึงเก็บภาษีได้ ทำให้ S3 รายได้ (2.81) สูงกว่า 25% เพียงอย่างเดียว (2.80) และ (2) อีกส่วนหายไปเพราะผู้สูบลด/เลิก (ตลาดรวมหดตัว) เป็นผลดีต่อสุขภาพ — จึงไม่ได้สูญเปล่า แต่แปลงเป็นรายได้ภาษี + ประโยชน์ด้านสุขภาพ
บทที่ 5.5 — ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์รองรับ

ทำไม "25%" จึงเหมาะสม
ในเชิงทฤษฎี

ข้อค้นพบจากแบบจำลองสอดคล้องกับทฤษฎีเศรษฐศาสตร์สองชิ้น คือ เส้นโค้งลาฟเฟอร์ (Laffer Curve) และความยืดหยุ่นข้ามราคา (Cross-Price Elasticity)

เส้นโค้งลาฟเฟอร์: รายได้ภาษี vs อัตราภาษีอัตราเดียว (ปี 2588)
รายได้สูงสุดที่อัตรา 34.3% (ไม่ปราบปราม) / 41.4% (มีปราบปราม) — เกินจากนั้นรายได้กลับลดลง
ไม่มีการปราบปราม
มีการปราบปราม (0.5%/ปี)
ยอด Laffer (รายได้สูงสุด)
อัตราอ้างอิง: 25% (เสนอ) / 42% (บนปัจจุบัน)
ปริมาณบุหรี่เถื่อน vs อัตราภาษี (ปี 2588)
ยิ่งภาษีสูง บุหรี่เถื่อนยิ่งเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง (ความยืดหยุ่นข้ามราคา 0.075) — การปราบปรามกดทั้งเส้นลง
ไม่มีการปราบปราม
มีการปราบปราม (0.5%/ปี)
จุดนโยบาย ณ 25%
34.3%
ยอด Laffer กรณีไม่ปราบปราม — รายได้สูงสุด 32.5 พันลบ.
41.4%
ยอด Laffer กรณีมีปราบปราม — ขยายฐานภาษี ดันยอดสูงขึ้น
28%
เพดานปลอดภัยสูงสุด — เกินกว่านี้บุหรี่เถื่อนย้อนกลับมาเพิ่ม
0.075
ความยืดหยุ่นข้ามราคา — ราคาบุหรี่ถูก กม. +1% → บุหรี่เถื่อน +0.075%
การสังเคราะห์ — ทำไมจึงเสนอ 25%
1
อัตราบนปัจจุบัน 42% อยู่เลยยอด Laffer แล้ว การขึ้นภาษีเพิ่มยิ่งทำให้รายได้ลดลง การลดมาเป็น 25% คือการขยับเข้าหายอด
2
มาตรการปราบปรามบุหรี่เถื่อน ยกทั้งโค้ง Laffer ขึ้น โดยขยายฐานภาษีที่จัดเก็บได้จริง (captured base)
3
25% คือ การบริหารความเสี่ยงที่สมเหตุสมผล ก่อนยอดเล็กน้อย — สูงกว่านี้เริ่มกระตุ้นตลาดเถื่อนผ่านความยืดหยุ่นข้ามราคา
4
สามารถวาง Roadmap ขึ้นภาษีในอนาคตได้ ถ้าสถาบันปราบปรามเข้มแข็ง แต่ไม่ควรเกินเพดานปลอดภัย 28%
ถ้ายอด Laffer อยู่ที่ราว 34% ทำไมไม่เก็บที่อัตรานั้นเพื่อรายได้สูงสุด?
แม้มองแค่รายได้ อัตราที่ให้รายได้สูงสุด (ยอด Laffer) อยู่ที่ราว 34% เท่านั้น ไม่ใช่ยิ่งสูงยิ่งดี — เกินจากนั้นรายได้กลับลดลง (อัตรา 42% ปัจจุบันเลยยอดไปแล้ว รายได้จึงหดตัวต่อเนื่อง)

และยอดนี้ผูกกับบุหรี่เถื่อนโดยตรง — ทุกครั้งที่ขึ้นอัตรา บุหรี่ราคาต่ำแพงขึ้น ผู้สูบหนีไปตลาดเถื่อน (ความยืดหยุ่นข้ามราคา 0.075) ฐานภาษีที่จัดเก็บได้จึงรั่วไหล ยิ่งเข้าใกล้ 34% ปริมาณบุหรี่เถื่อนยิ่งสูงกว่าที่ 25% มาก การเก็บที่ยอดจึงมีต้นทุนแฝง คือ ตลาดเถื่อนที่ใหญ่ขึ้น · อัตรา 25% จึงถูกวางเป็น safety margin ต่ำกว่ายอดเล็กน้อย ยอมแลกรายได้บางส่วนเพื่อตลาดเถื่อนที่เล็กกว่ามาก

ที่สำคัญ เมื่อมีการปราบปราม ยอด Laffer จะเลื่อนขึ้นเป็น 40–41% เพราะการปราบปรามขยายฐานภาษีที่จัดเก็บได้ — Roadmap จึงไต่เข้าใกล้ยอดได้เฉพาะเมื่อการปราบปรามเข้มแข็งพอ และเป้าหมายของนโยบายไม่ใช่รายได้สูงสุดอย่างเดียว แต่คือสมดุลของรายได้ สุขภาพ ความเป็นธรรม และความยั่งยืน

เปรียบเทียบ 8 ทางเลือก
เชิงโครงสร้างภาษี

ประเมินแต่ละทางเลือกใน 5 มิติ: รายได้ภาษี · สุขภาพ · บุหรี่เถื่อน · โครงสร้างตลาด · มาตรฐานสากล (WHO FCTC)

โครงสร้างภาษี รายได้ภาษี สุขภาพ (ต้นทุนรักษา) บุหรี่เถื่อน โครงสร้างตลาด มาตรฐานสากล (WHO)
โครงสร้างภาษีเริ่มต้น — พิจารณาปัจจุบัน (ปี 2569)
1. คงระบบ 2 อัตรา 25%/42% ลดต่อเนื่อง 47→32 พันลบ. ลดตามประชากรเท่านั้น ยังสูง (ช่องว่างราคา) เกิด brand down-trading ไม่สอดคล้อง WHO FCTC
2. อัตราเดียว 25% (ไม่ปราบปราม) ต่ำกว่าฐาน 28.0 พันลบ. ได้ประโยชน์ทางอ้อม ลดเล็กน้อย 65.3 ล้านซอง ลดความเหลื่อมล้ำ บางส่วน (ภาระภาษี 67%)
3. อัตราเดียว 26% (ไม่ปราบปราม) ต่ำกว่าฐาน 28.7 พันลบ. ผู้สูบลด 30,000 คน ลดเล็กน้อย 65.7 ล้านซอง ลดความเหลื่อมล้ำ บางส่วน (ภาระภาษี 68%)
4. อัตราเดียว 25% + ปราบปราม 0.5%/ปี ★ (แนะนำ) เสถียรกว่า 28.1 พันลบ. ผู้สูบลด 70,000 คน ต่ำที่สุด 59.3 ล้านซอง ลดเหลื่อมล้ำ + ปราบปราม สอดคล้องเต็มที่
5. อัตราเดียว 30% (ก้าวกระโดด, ไม่แนะนำ) สูงแต่ไม่ยั่งยืน แทบไม่ลด (หนีไปบุหรี่เถื่อน) เสี่ยงเถื่อนสูง ลดความเหลื่อมล้ำ กระตุ้นเถื่อน (มาตรา 15)
▼ แนวทางในอนาคต — Roadmap ปรับขึ้นแบบขั้นบันได (เมื่อการปราบปรามเข้มแข็งพอ)
6. Roadmap A: 25→27% + ปราบปราม เพิ่มเล็กน้อย 28.9 พันลบ. ลดต่อเนื่อง ลดต่อ (ถ้าคุมได้) ปิดช่องว่างระยะกลาง ใกล้เกณฑ์ 75%
7. Roadmap B: 25→28% + ปราบปราม (เพดานปลอดภัยสูงสุด) เพิ่มปานกลาง 29.3 พันลบ. ลดระยะยาว ควบคุมได้ถ้าบริหารดี ปิดช่องว่างระยะยาว ถึงเกณฑ์ 75%
8. Roadmap C: 25→29% (เกินเพดาน, ไม่แนะนำ) รายได้สูง 30.1 พันลบ. แทบไม่ลด (หนีไปบุหรี่เถื่อน) เสี่ยงเถื่อนแม้ปราบปราม ปิดช่องว่างแต่เกินเพดาน เกินเพดานปลอดภัย 28% (ยังต่ำกว่ายอด Laffer)
ดี / บวกชัดเจน ค่อนข้างดี กลาง / เท่าฐาน ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ลบ / ไม่ดี
บทที่ 6 — ข้อเสนอแนะ

นโยบายที่เหมาะสม
สำหรับไทยในยุคนี้

★ สถานการณ์ที่แนะนำ — Scenario 3

ข้อเสนอเชิงนโยบาย
จากผลการศึกษา

จากผลการศึกษา สามารถสรุปข้อเสนอเชิงนโยบายที่สำคัญได้ดังนี้

ปรับโครงสร้างภาษีสู่ระบบอัตราเดียวช่วยลดความเหลื่อมล้ำของการจัดเก็บภาษี ครอบคลุมยาเส้น
ลดแรงจูงใจหลีกเลี่ยงภาษี และลดต้นทุนตลาดสินค้าราคาต่ำ
(เช่น แนวทางออสเตรเลีย)
มาตรการควบคู่ที่สำคัญที่สุด (Policy Package)ดำเนินควบคู่กันระหว่างการปราบปรามบุหรี่ผิดกฎหมาย
และบูรณาการมาตรการด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะบริการเลิกบุหรี่และการช่วยเหลือเชิงรุก เพื่อป้องกันการเริ่มสูบใหม่ในเยาวชน
โครงสร้างภาษีระบบอัตราเดียวที่เหมาะสมจัดเก็บ 25% โดยมีการปรับภาษีตามปริมาณเพิ่มขึ้น 0.05 บาท/มวน ทุก 2 ปี ร่วมกับมาตรการลดบุหรี่ผิดกฎหมาย 0.5% ต่อปี
อย่างต่อเนื่อง
ดำเนินการได้ทันทีภายใต้กฎหมายปัจจุบันดำเนินการภายใต้ พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ผ่านการปรับบัญชีพิกัดอัตราภาษีและกฎหมายลำดับรอง โดยไม่จำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายแม่บท
📊
การติดตามและประเมินผลภายหลัง (Ex-post Evaluation)ควรกำหนดตรวจสอบตัวชี้วัดสำคัญ ได้แก่ รายได้ภาษี ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ และตลาดนอกระบบ ในช่วง 3–5 ปีหลังการปรับโครงสร้าง
แผนระยะยาว — Tax Roadmap 20 ปี (2568–2588)

เริ่มที่ 25% แล้วทยอยขึ้น
ได้ในอนาคต หากปราบปรามเข้มแข็ง

หลังตั้งหลักที่อัตราเดียว 25% สามารถออกแบบเส้นทางขึ้นภาษีแบบขั้นบันได (escalator) ได้ โดยไม่ควรเกินเพดานปลอดภัย 28% — ช่วง 25% จึงเป็นจังหวะที่ต้องเร่งปราบปรามบุหรี่เถื่อนให้เข้มข้นที่สุด เพื่อควบคุมตลาดเถื่อนให้ได้ก่อน แล้วการขึ้นภาษีในอนาคตจึงจะเกิดขึ้นได้อย่างมั่นคง และดึงรายได้กลับคืนสู่รัฐ

ทางเลือกหลัก
25%
คงที่ 20 ปี · รายได้ 2588 28.1 พันลบ.
★ แนะนำ — สมดุลรายได้และตลาด
Roadmap A (NST)
25→27%
ขั้นบันได · รายได้ 2588 28.9 พันลบ.
◆ อนาคต — ระยะกลาง
Roadmap B (NST2)
25→28%
ขั้นบันได · รายได้ 2588 29.3 พันลบ.
◆ เพดานปลอดภัยสูงสุด
Roadmap C (NST3)
25→29%
ขั้นบันได · รายได้ 2588 30.1 พันลบ.
✕ ไม่แนะนำ — เกินเพดาน เถื่อนย้อนกลับ