ERTC · คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ · 2569
งานวิจัยนี้ใช้แบบจำลองระบบพลวัต (System Dynamics)
พยากรณ์ผลกระทบ 20 ปี
เพื่อหาคำตอบว่าการปรับภาษีบุหรี่
จะส่งผลต่อรายได้ภาษีและตลาดบุหรี่อย่างไร
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ถิรภาพ ฟักทอง · tiraphap@econ.tu.ac.th
ปัจจุบันบุหรี่ระดับล่างเสียภาษีเพียง 25% ขณะที่บุหรี่พรีเมียมเสีย 42% ช่องว่างนี้
ส่งผลให้บุหรี่ราคาต่ำยังคงถูกอยู่มาก
แบบจำลองได้รับการปรับเทียบกับข้อมูลจริงปี 2554–2567 และพยากรณ์ผลกระทบ
ของ 4 สถานการณ์นโยบายจนถึงปี 2588
ทุกการเปลี่ยนแปลงนโยบายมีผลข้างเคียงที่ต้องพิจารณา นี่คือเหตุผลที่ต้องใช้
แบบจำลองระบบพลวัตฉายภาพ 20 ปี
หลายประเทศเดินหน้าปฏิรูปภาษีบุหรี่ก่อนไทย ผลลัพธ์ชี้ทิศทางเดียวกัน: อัตราเดียวที่เหมาะสม
ลดผู้สูบได้จริง โดยไม่ทำลายรายได้ภาษี
| ประเทศ | ปีปฏิรูป | ระบบใหม่ | ผู้สูบลดลง | รายได้ภาษี | บทเรียนหลัก |
|---|---|---|---|---|---|
| 🇵🇭 ฟิลิปปินส์ | 2555 | อัตราเดียว + specific | −7 pp | +241% | ปราบเถื่อน + รวมอัตรา |
| 🇦🇺 ออสเตรเลีย | 2555 | Specific escalator 12.5%/ปี | −13 pp | คงที่ | Plain packaging + ราคาสูง |
| 🇬🇧 สหราชอาณาจักร | 2536 | RPI+2% ทุกปี | −7.5 pp | เพิ่ม | ขึ้นทีละน้อย สม่ำเสมอ |
| 🇳🇿 นิวซีแลนด์ | 2553 | +10%/ปี + เป้า Smokefree | −1% | เพิ่ม | เป้าระยะยาวชัดเจน |
| 🇹🇭 ไทย (เสนอ) | 2569 | อัตราเดียว 25% + escalator + ปราบเถื่อน | −271,000 คน (~3.5%) | ลดช่วงแรก → แซงฐานปี 2588 | บทเรียนจาก 4 ประเทศข้างต้น |
* pp = percentage point (จุดร้อยละ) เช่น อัตราสูบลดจาก 29% เป็น 22% = ลดลง 7 pp · ไทยแสดงเป็น “จำนวนผู้สูบที่ลดลง” (−271,000 คน ≈ 3.5% ของผู้สูบ · ช่วง sensitivity 140,000–400,000) ซึ่งเป็นคนละหน่วยกับ pp ความชุกของประเทศอื่น
เลื่อนลงเพื่อดูว่าแต่ละนโยบายส่งผลต่อรายได้ภาษี ปริมาณบุหรี่ผิดกฎหมาย และส่วนต่างตลาดอย่างไรในปี 2588
คงระบบภาษีสองอัตราไว้เหมือนเดิม ใช้เป็นเส้นฐานสำหรับเปรียบเทียบ ปัญหาเชิงโครงสร้างยังคงดำรงอยู่โดยไม่มีการแก้ไข
ยกเลิกระบบสองชั้น เปลี่ยนเป็น ภาษีอัตราเดียว 25% สำหรับบุหรี่
ทุกประเภท พร้อมเพิ่มภาษีตามปริมาณ 0.05 บาท/มวน ทุก 2 ปี
ผลลัพธ์: รายได้ช่วงเปลี่ยนผ่านลดลง แต่ escalator ทำให้ปี 2588 แซงเส้นฐาน (+1.2%) ปริมาณบุหรี่ผิดกฎหมายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
ทดสอบอัตราเดียว 26% เพื่อรักษารายได้ภาษีให้ใกล้เคียงระบบเดิม
มากขึ้น พร้อมเพิ่มภาษีตามปริมาณ 0.05 บาท/มวน ทุก 2 ปี
รายได้ปี 2588 สูงกว่าเส้นทาง 25% แต่ปริมาณบุหรี่ผิดกฎหมายสูงกว่าเล็กน้อย และราคากระชากแรงขึ้น
ภาษีอัตราเดียว 25% + escalator 0.05 บาท/มวน ทุก 2 ปี
พร้อมมาตรการปราบปรามบุหรี่ผิดกฎหมายอย่างเป็นระบบ
เถื่อนต่ำสุด และรายได้ปี 2588 แซงเส้นฐาน +517 ลบ.
สมดุลที่ดีที่สุด: เสถียรภาพรายได้ระยะยาว ควบคุมตลาดเถื่อน และลดช่องว่างตลาด
เมื่อเปรียบเทียบทั้ง 4 สถานการณ์ สถานการณ์ที่ 3 โดดเด่นในแง่การลดปริมาณบุหรี่ผิดกฎหมายและสร้างเสถียรภาพทางรายได้ในระยะยาว
| ตัวชี้วัด (ปี 2588) | S0: ปัจจุบัน | S1: เดียว 25% | S2: เดียว 26% | S3: 25% + escalator + ปราบปราม 0.5%/ปี ★ |
|---|---|---|---|---|
| รายได้ภาษีสรรพสามิต (หมื่นล้านบาท/ปี) | 3.58 | 3.63 | 3.70 | 3.64 |
| % เทียบเส้นฐาน (ปี 2588) | — | ▲ 1.2% | ▲ 3.4% | ▲ 1.4% |
| ปริมาณบุหรี่ผิดกฎหมาย (ล้านซอง/ปี) | 66.7 | 68.7 | 69.2 | 62.6 |
| มาตรการปราบปรามบุหรี่เถื่อน | — | — | — | ✓ 0.5%/ปี |
ข้อค้นพบจากแบบจำลองสอดคล้องกับหลักเศรษฐศาสตร์สองแนวคิด ได้แก่ เส้นโค้งลาฟเฟอร์ (Laffer Curve) และความยืดหยุ่นข้ามราคา (Cross-Price Elasticity)
ประเมินแต่ละทางเลือกใน 5 มิติ: รายได้ภาษี · สุขภาพ · บุหรี่ผิดกฎหมาย · โครงสร้างตลาด · มาตรฐานสากล (WHO FCTC)
| โครงสร้างภาษี | รายได้ภาษี | สุขภาพ (ต้นทุนรักษา) | บุหรี่เถื่อน | โครงสร้างตลาด | มาตรฐานสากล (WHO) |
|---|---|---|---|---|---|
| ทางเลือกอัตราทันที (ปี 2569) | |||||
| 1. คงระบบ 2 อัตรา 25%/42% | ลดต่อเนื่อง 48→36 พันลบ. | ลดตามประชากรเท่านั้น | ยังสูง 66.7 (ช่องว่างสองอัตรา) | เกิด brand down-trading | ผ่านระดับภาษี (80.6%) แต่สองอัตราขัด Art.6 |
| 2. อัตราเดียว 25% + escalator (ไม่ปราบปราม) | +428 ลบ. ปี 2588 (36.3 พันลบ.) | ผู้สูบลด 271,000 · สุขภาพ −3.5% | เพิ่มเล็กน้อย 68.7 ล้านซอง | ลดความเหลื่อมล้ำ | ผ่านระดับ+โครงสร้าง ขาด Art.15 |
| 3. อัตราเดียว 26% + escalator (ไม่ปราบปราม) | +1,213 ลบ. (37.0 พันลบ.) | ผู้สูบลด 305,000 คน | เพิ่มเล็กน้อย 69.2 ล้านซอง | ลดความเหลื่อมล้ำ | ผ่านระดับ+โครงสร้าง ขาด Art.15 |
| 4. ★ 25% + escalator + ปราบปราม 0.5%/ปี (ข้อเสนอหลัก) | +517 ลบ. เสถียรระยะยาว (36.4 พันลบ.) | ผู้สูบลด 271,000 · สุขภาพ −3.5% | ลดเหลือ 62.6 (−6.1%) | ลดเหลื่อมล้ำ + ปราบปราม | ผ่านครบทุกเกณฑ์ (83.8%) |
| 5. ★★ 25% + escalator + ปราบปรามเข้ม 1%/ปี | +583 ลบ. (สูงสุดของกลุ่ม 25%) | เท่าข้อเสนอหลัก | ต่ำสุด 56.2 (−15.7%) | ปราบปรามเข้ม คุ้มสองต่อ | ผ่านครบ + Art.15 เข้มสุด |
| 6. อัตราคงที่ 27% + ปราบปราม | +2,113 ลบ. (37.9 พันลบ.) | ผู้สูบลด 341,000 คน | 63.8 (−4.3%) | ราคากระชากแรงกว่า | ผ่านครบ (84.3%) |
| 7. อัตราคงที่ 28% + ปราบปราม (เพดานปฏิบัติ) | +2,941 ลบ. (38.8 พันลบ.) | ผู้สูบลด 378,000 คน | 64.7 (−3.0%) | ชนเพดานทันที ไม่มี margin | ผ่านครบ (84.6%) |
| ▼ แนวทางในอนาคต — Roadmap ปรับขึ้นแบบขั้นบันได (เมื่อการปราบปรามเข้มแข็งพอ) | |||||
| 8. Roadmap 25→27% + ปราบปราม | ปลายทาง +2,113 (กลางทางต่ำกว่าคงที่) | ผู้สูบลด 336,000 คน | 63.8 ล้านซอง | ขั้นบันได ปิดช่องว่างระยะกลาง | ผ่านครบ · ตรงเจตนารมณ์ Art.6 ที่สุด |
| 9. Roadmap 25→28% + ปราบปราม | ปลายทาง +2,941 (38.8 พันลบ.) | ผู้สูบลด 369,000 คน | 64.7 ล้านซอง | ถึงเพดานเมื่อสถาบันพร้อม | ผ่านครบ · ตรงเจตนารมณ์ Art.6 |
| ทดสอบภาวะสุดขั้ว (Stress test) | |||||
| 10. อัตราสูง 40–50% (ไม่แนะนำ) | ยอด 51.9 พันลบ. ที่ 45% แล้วลด | ผู้สูบลดมาก แต่แลกเถื่อนบาน | เถื่อน 175–303 ล้านซอง (รั่วชนเพดาน 35%) | ตลาดมืดครองส่วนแบ่ง | ระดับภาษีผ่าน แต่ขัด Art.15 |
จากผลการศึกษา สามารถสรุปข้อเสนอเชิงนโยบายที่สำคัญได้ดังนี้
หลังตั้งหลักที่อัตราเดียว 25% สามารถออกแบบเส้นทางขึ้นภาษีแบบขั้นบันได (escalator) ได้ โดยไม่ควรเกินเพดานปลอดภัย 28% — ช่วง 25% จึงเป็นจังหวะที่ต้องเร่งปราบปรามบุหรี่เถื่อนให้เข้มข้นที่สุด เพื่อควบคุมตลาดเถื่อนให้ได้ก่อน แล้วการขึ้นภาษีในอนาคตจึงจะเกิดขึ้นได้อย่างมั่นคง และดึงรายได้กลับคืนสู่รัฐ